Thursday, May 10, 2012

ฮวงจุ้ยห้องนอนส่งเสริมชีวิตคู่ (Feng Shui Bedroom For Love)

หลังจากที่มีควันหลงงานแต่งงานดาราหลายคู่มาให้ได้เห็นกันบ้างแล้ว เห็นแล้วอดอิจฉาไม่ได้นะคะ เพราะแต่ละคู่หวานกันจนน้ำตาลเรียกพี่เลยทีเดียวอยากหวานอย่างนี้ไปนานๆ ไม่ยากค่ะ ทำได้ง่ายๆ ด้วยเคล็บลับเสริมดวงชีวิตคู่ด้วยห้องนอน ไปดูพร้อมๆ กันเลย...


ความเชื่อว่าให้เลือกเตียงที่ทำจากไม้ ห้ามเป็นเตียงเหล็ก จะส่งผลดีต่อความรัก หากคิดตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว เห็นได้ว่าเตียงโลหะนั้นเป็นสื่อนำความร้อนที่ดี ดังนั้นหากอากาศร้อนเตียงก็จะร้อน หากอากาศหนาวเตียงก็จะเย็นจนป่วยไข้ได้ง่าย

แสงภายในห้องไม่ควรมีแสงสว่างมาก เพราะแสงเป็นพลังหยาง หากมากไปขาดความสมดุลจะทำให้เกิดขุ่นเคืองใจกัน อันนี้ก็เป็นไปตามหลักเหตุผลเพราะว่าแสงแยงตาเวลานอนจะทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ หงุดหงิดได้ง่าย

ห้ามตั้งเตียงติดกับหน้าต่างกระจกใส เพราะพลังที่ผ่านเข้ามาจากภายนอก จะทำให้คู่รักมีเหตุทะเลาะมีเรื่องราวถึงกับต้องเลิกกัน แต่ก็จะส่งผลให้นอนไม่หลับหรือฝันร้ายอยู่เรื่อยๆ อันนี้เป็นตามหลักความเป็นจริงที่ไม่ควรอย่างยิ่งเพราะการมีเตียงใกล้หน้าต่างเวลามีโจรผู้ร้ายทำให้ไม่ปลอดภัยและขาดความเป็นส่วนตัวอีกด้วย

ใต้เตียงนอน ไม่ควรเอาของที่ไม่ใช้แล้วไปเก็บไว้ โดยเฉพาะของที่แตกหักไม่ดีต่อสุขภาพ อันนี้เป็นเหตุเป็นผลอย่างยิ่งเพราะของเก่าหรือชำรุดมักจะมากับฝุ่นละอองทำให้เกิดอาการแพ้หรือเกิดโรคภัยง่าย

อย่าให้เตียงของคุณตั้งตรงกับประตูทางเข้าห้องนอน ให้แขวนคริสตัลคั่นไว้ระหว่างเตียงและประตู อันนี้เป็นเหตุผลง่ายๆเพราะเวลาใครเปิดเข้ามาเห็นเตียงเลยคงดูไม่งามแน่ๆ

อย่าหันหัวเตียงไปทางห้องน้ำเป็นอันขาด มีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันไม่หยุดหย่อน อันนี้เรื่องปัญหาจากกลิ่นเล็กๆน้อยๆจากห้องน้ำก็ทำให้เกิดปัญหาใหญ่กับชีวิตคู่ได้ ดังนั้น ให้หัวเตียงอยู่มุมอื่นจะดีกว่า จะหาว่าไม่เตือน

ไม่ควรหันปลายเท้าให้กับประตูห้องนอน เพราะเป็นสัญลักษณ์การนอนของคนตาย ไม่เป็นมงคลอย่างยิ่ง หากปลายเตียงหันไปทางประตูห้องนอนพอดีล่ะก็ จะมีเรื่องให้เดือดร้อนใจในครอบครัว สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง อันนี้น่าจะเป็นเหตุจากอดีต ที่เมืองจีนมีอากาศหนาวหากปลายเท้าอยู่ทางประตูเวลาลมเข้ามาจะหนาวและป่วยง่าย

พื้นของห้องนอน ควรเป็นพื้นเรียบ มีลวดลายสบายตา หากเป็นพื้นสีเรียบๆได้จะดีที่สุด อย่าเลือกลวดลายรกจนน่าเวียนหัว เพราะจะส่งผลให้ความรักของคุณวุ่นวายได้ อันนี้น่าจะเป็นเหตุผลทางจิตวิทยาของสีและเส้นสายที่ส่งผลต่อจิตใจ

อย่าใช้ผ้าห่มสีขาว เพราะหากนำมาคลุมร่าง จะเหมือนกับสัญลักษณ์ของคนตาย ผ้าปูที่นอนสีขาวแม้จะดูสะอาดสะอ้าน..แต่ก็ไม่เหมาะกับห้องนอนนัก สีขาวโพลนจะส่งผลให้พลังความรักกระจัดกระจาย เลือกผ้าปูที่นอนที่มีโทนสีอื่นดีกว่า โดยเฉพาะผ้าที่ทอด้วยด้ายสีทอง ที่ส่องประกายแวววาว จะช่วยให้ส่งเสริมความรักที่ดี อันนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องสีที่มีผลต่อจิตใจ เพราะสีดูจืดชืดไม่มีชีวิตชีวา

หาหินควอตส์ สีขาวใส ก้อนใหญ่พอประมาณ มาวางไว้ใต้เตียง จะทำให้ความรักของคุณมั่นคง อันดูเป็นความเชื่อแต่น่าจะมีผลจากแรงสนามแม่เหล็กจากแร่ในหินซึ่งยังพิสูจน์ไม่ได้


ขอบคุณข้อมูลจาก Homepro


Saturday, March 10, 2012

เทรนด์การออกแบบตกแต่งบ้านของญี่ปุ่น

แนวโน้มสินค้าเครื่องใช้และของตกแต่งบ้านตลาดญี่ปุ่น
Japanese Home Trend 2006
โดย Mr.Junya Kitagawara

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการออกแบบสินค้าเครื่องใช้และของตกแต่งบ้านตลาดญี่ปุ่น จากญี่ปุ่น ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง บริษัท Art Source Inc. ซึ่งประกอบธุรกิจทางด้านการผลิตสินค้าเครื่องใช้และของตกแต่งบ้าน มีประสบการณ์ทางด้านการตลาดและการพัฒนาสินค้าเครื่องใช้และของตกแต่งบ้าน การจัดตกแต่งวางสินค้าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในตลาดญี่ปุ่นมากกว่า 25 ปี นอกจากนี้ยังเป็นผู้แทนจากรัฐบาลญี่ปุ่นในโครงการพัฒนาสินค้า OTOP ของไทยร่วมกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO BANGKOK) ในปี ค.ศ. 2002

เทรนด์/แนวโน้มของโลก ( World interior trend)

1990 โลกของเราเป็นยุคของ Hi-Tech Boom ซึ่งจะเน้นในเรื่อง High Technology เพราะฉะนั้นการพัฒนาในเรื่องพลาสติกจึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย และมีการใช้สแตนเลสมาทำผลิตภัณฑ์ คนเราเน้นในเรื่องวัตถุเสียมากกว่าที่จะเข้าถึงในเรื่องของจิตใจ ฉะนั้นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาก็จะเน้นในเรื่องของวัตถุและ Hi-Tech มากกว่าที่จะเข้าใจถึงความหมายทางจิตใจ

2000 เนื่องจากโลกเราเน้นเรื่องวัตถุมานานพอสมควร จึงถึงยุคที่ผู้คนต้องการความอบอุ่นและต้องการในเรื่องของจิตใจมากขึ้น ความต้องการในลักษณะนี้จึงสูงขึ้นตามลำดับ จึงเป็นที่มาของ แนวโน้มซึ่งเป็น “Asian Boom”

Asian Boom คนที่อยู่ในเมืองใหญ่ซึ่งมีชีวิตที่ยุ่งเหยิงหลังจากที่ได้สัมผัสสิ่งที่เน้นในเรื่องของวัตถุมามาก ผู้คนเหล่านั้นก็ต้องการอะไรที่เป็นเรื่องของความอบอุ่นและความต้องการของจิตใจมากขึ้น จึงเป็นที่มาสู่ความนิยมการกลับสู่ธรรมชาติสินค้าที่มนุษย์สร้างขึ้นจึงเริ่มที่จะรียกร้องหาสิ่งที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

Minimalist “คาโตรินุ เนมิ” เป็นนักออกแบบคนหนึ่งซึ่งใช้สไตล์ “minimalist” มาออกแบบสินค้าสไตล์นี้ เธอมีการจัดแจงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ผสมผสานได้ดีมากๆ นั้นก็คือการใช้วัสดุธรรมชาติจากเอเชีย แล้วทำในรูปแบบที่เป็นสไตล์ญี่ปุ่น แต่หน้าที่การใช้งานก็ทำแบบทันสมัยสไตล์ยุโรป ออกมาในรูปแบบ simple minimal style ด้วยแนวคิดในลักษณะนี้จึงเป็นรุ่งบุกเบิกที่กำลังจะเกิดขึ้นท่ามกลางสไตล์เก่าๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงไป อันเป็นแนวความคิดพื้นฐานที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน หลังจากที่โลกเรามีความรู้สึกว่าสไตล์ simple และ minimal เป็นสิ่งที่ต้องการ

Scandinavian Style เมื่อย้อนกลับมาถึงการใช้วัสดุธรรมชาติ เน้นรูปแบบหรือ shape ที่เป็นธรรมชาติ Scandinavian Style เป็นแนวทางการออกแบบใหม่เน้นรูปลักษณ์ธรรมชาติ แต่ใช้เส้นตรง เส้นโค้งหรือมุมฉาก ซึ่งเป็นรูปลักษณ์ที่ดูชัดเจนมากขึ้นหากเราไปดูในตลาดที่มีสินค้าสไตล์ญี่ปุ่นหรือสไตล์แบบ Scandinavian style เราก็ได้ข้อคิดต่างๆ มากมายว่าเราจะพัฒนาสินค้าของเราไปในทิศทางไหน ถ้าเราดูสินค้าที่เป็นที่นิยมที่ใช้วัสดุธรรมชาติ และมีรูปแบบที่เรียบง่าย simple การออกแบบสินค้าให้มีลักษณะ simple ไม่ได้หมายความว่า ใช้ธรรมชาติทั้งชิ้นงาน แต่เป็นรูปแบบที่พัฒนาและได้รับการขัดเกลาด้วยเทคนิคชั้นสูง เทคนิคชั้นสูงอาจได้มาจากภูมิปัญญาดั้งเดิมก็ว่าได้ เช่น ญี่ปุ่นมีการทำการจักสานหรือการทำเฟอร์นิเจอร์โดยไม่ใช้ตะปู หรือการทำให้ไม่มีรอยต่อ ซึ่งเป็นเทคนิคชั้นสูงที่สืบทอดมายาวนาน ก็สามารถประยุกต์ใช้ในการทำเฟอร์นิเจอร์ในปัจจุบัน

Nordic Style แท้จริงแล้ว Nordic style กับ Zen style มีความคล้ายกัน กล่าวคือ มีความเป็น simple แต่ทั้งนี้มีความแตกต่างกันตรงที่ว่า ความเป็น simple ของ zen style นั้นมีมานานแล้วในญี่ปุ่น โดยใช้หลักการของ zen คือการใช้เส้นโค้งและเส้นตรงมาผสมผสานกัน ใช้สีที่เรียบง่าย เช่น สีขาว – ดำ แต่ Nordic style นิยมรูปแบบที่มีความโค้ง การใช้เส้นโค้งค่อนข้างสูง และก็นิยมใช้เทคนิคในขั้นสูงด้วย

Mid century ทั้งในเรื่องของแฟชั่นและ interior ซึ่งจะย้อนไปถึงในปี 1960, 1970 หรือสไตล์ในรูปแบบนั้นก็หันมานิยมอีกครั้ง แฟชั่นและ interior ก็จะเป็นสไตล์เดียวกัน พอมาถึงปีนี้ 2005 ก็เอาข้อดีของทุกสไตล์มารวมกันกลายเป็น mix style ในปี 2005

Mix style เป็นการรวมสไตล์หลาย ๆ อย่าง ครบทุกรสชาติ เช่น การใช้รูปแบบ European style ผสม zen style, เฟอร์นิเจอร์แบบ Scandinavian style ผสมกับผ้าไหมไทย เป็นต้น ซึ้งถือได้ว่าเป็นโอกาสดีของนักออกแบบในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สู่ตลาดโลก เพราะสิ่งที่เรากำลังทำอยู่มันสามารถตอบสนองความต้องการของโลกได้มากทีเดียว เพราะฉะนั้น เราคงจะออกแบบด้วยความคิดของเราเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ควรดูความนิยมของโลกโดยรวมว่ามีทิศทางอย่างไร เพื่อเราจะได้ออกแบบตามความต้องการของตลาด เรามีการหา originality หรือ ความเป็นตัวเองของเราได้เร็ว เราก็จะโดดเด่นขึ้นมาและสามารถประกาศตัวได้เร็วกว่าประเทศอื่น

เทรนด์หรือแนวโน้มของ interior style ปี 2005 ในญี่ปุ่นแบ่งย่อยออกเป็นลักษณะต่างๆ ดังนี้

1. Cool Romantic เมื่ออยู่กับความเรียบง่ายหรือ simple นานๆ เราจึงต้องการความอ่อนหวานมากขึ้น แนวโน้มในลักษณะ cool romantic จึงมีบทบาทมากขึ้น การตกแต่งในลักษณะนี้ เช่น ท่ามกลางเฟอร์นิเจอร์ที่ simple modern ของเรา เราอาจจะใส่สิ่งเติมเต็มเข้าไป อาทิ การใส่ ชานเดอร์เลียแบบใหม่ ซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกความเป็นโรแมนติกมากขึ้น เป็นความหวานที่มีความเท่ผสม


2. Feminine Style แนวโน้มในลักษณะนี้ก็มาจากแนวโน้มของเสื้อผ้า ความเป็น Feminine ในแต่ละยุคก็จะมีลักษณะโดดเด่นผิดกัน ไม่เพียงแต่เสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว ตัวเฟอร์นิเจอร์อาจเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สื่อถึงความเป็นผู้หญิงได้ การตกแต่งในลักษณะแบบ Feminine Style เช่น การใช้เชิงเทียน ถ้าเรานำรูปแบบคลาสสิคแบบโดยใช้เชิงเทียนที่ทำด้วยวัสดุ ทองเหลือง โลหะ มาตกแต่ง ก็จะสื่อถึงอีกอารมณ์ แต่ถ้าเป็นเชิงเทียนซึ่งใช้สีที่ทันสมัย ความรู้สึกก็จะแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นความเป็น feminine ในปัจจุบันกับสมัยก่อนจึงมีความแตกต่างกัน


3. Natural Style สไตล์ที่อยู่ในตลาดนานมากคือ natural style ซึ่งได้เปลี่ยนไปทีละเล็กละน้อย ลวดลายแบบ natural style ในเวลานี้ก็จะเปลี่ยนเป็นลายใบไม้ ลายดอกไม้แบบ silhouette แนวโน้มสีก็จะเป็นสีเขียวแบบเขียวใสๆ นอกจากสีเขียวแล้ว ก็จะมี ม่วง น้ำเงิน ซึ่งสามารถนำไปเข้าคู่ (matching) กันกับสีโทนน้ำตาลได้ง่ายๆ แนวโน้มเครื่องเรือนในสไตล์นี้ก็จะเป็นสีแบบธรรมชาติ


4. Modern Asia สไตล์ Modern Asia มีความแตกต่างจาก Asian Boom หรือ Zen Style กล่าวคือ มีการพัฒนาขึ้นมากกว่า 10 ปีก่อน ภาพโดยรวมจะเป็นลักษณะแบบตะวันตก แต่มีการใช้วัสดุเทคนิค แบบเอเชีย เช่นวัสดุที่เป็นไม้ เทคนิคการจักสาน สีที่เป็นแนวโน้มคือธรรมชาติสีอ่อนๆ สีเขียว



credit: http://www.bareo-isyss.com

Friday, February 17, 2012

เทคนิคง่ายๆ 5 วิธีที่ทำให้บ้านเล็กน่าอยู่ (tricks to decorate a small house)

บ้าน มีความหมายต่อชีวิตครอบครัว บรรยากาศในบ้านที่ผ่อนคลาย ส่งผลให้จิตใจได้พักผ่อนอย่างเต็มที่รวมไปถึงความสะดวกสบาย จากการออกแบบที่ลงตัว..การหมั่นดูแลรักษาความสะอาดล้วนแล้วเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อสุขภาพที่ดีของสมาชิกในบ้านถึงแม้ว่าจะเป็นบ้านหลังเล็ก เราก็ต้องใช้พื้นที่ให้คุ้มค่ามากที่สุด งานดีไซน์จึงถูกประยุกต์ให้ดูสะอาดตา แต่ได้ประโยชน์ในพื้นที่ใช้สอยที่มีอยู่

โดยมีเทคนิคง่ายๆ 5 ข้อ ด้วยกันที่ทำให้บ้านเล็กน่าอยู่


1. โปร่ง โล่ง สบาย

ในความหมายของคำว่า โปร่ง โล่ง สบาย คือการที่เราทำให้บ้านมีพื้นที่ว่างให้มากที่สุด วิธีที่ง่ายที่สุดคือการนำเอาทุกอย่างชิดผนังให้หมด อาจใช้ชั้นติดผนัง หรือตู้ติดผนังไว้เก็บของ จากนั้นเราก็วางโต๊ะ เก้าอี้ สไตล์ Retro ตัวเอกของบ้านไว้ตรงกลาง เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ห้องที่กว้างสมดังใจ สำหรับโถงชั้นล่าง หรือโถงอเนกประสงค์ ถูกเปิดทะลุถึงกันจากห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องทำงาน เพื่อเพิ่มเนื้อที่ในบ้าน
ให้ดูกว้างขึ้นหลักการนี้เรา ที่เรียกว่า Combine Space หรือ Open Space นอกจากนี้การใช้กระจกใสเป็นผนังห้องทำให้เกิดความโล่งสบาย โปร่งตาในทุกห้อง ความเด่นอยู่ที่การดูแล ความกลมกลืนของเครื่องเรือนทุกชิ้นที่หยิบมาวางอย่างบรรจงในทุกจุด

2. แสงธรรมชาติ

แสงธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้เพื่อให้บ้านขนาดเล็กดูกว้างใหญ่ขึ้นได้โดยการเจาะ ช่องหน้าต่างให้ใหญ่ที่สุดและเยอะที่สุด เพราะนอกจากหน้าต่างที่กว้างจะเป็นการเปิด รับแสงธรรมชาติแล้ว ยังเป็นช่องลมให้ภายในบ้านเย็นสบายยิ่งขึ้น อีกอย่างหน้าต่าง ที่กว้างยังจะเป็นตัวนำสายตาให้มองออกไปข้างนอก ไม่ถูกปิดกั้นจึงทำให้บริเวณบ้าน ดูเหมือนกว้างขึ้น การเปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคาเป็นกระเบื้องชนิดโปร่งแสงบริเวณบันไดและห้องน้ำ ก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่ทำให้บ้านเปิดรับแสงธรรมชาติ เพราะเมื่อห้องยิ่งสว่างยิ่งดูกว้าง

3. ตู้เก็บของมหัศจรรย์

ห้องเก็บของหรือตู้เก็บของเป็นสิ่งสำคัญสำหรับบ้าน แต่เป็นสิ่งที่มักจะถูกมองข้ามโดยเฉพาะบ้านหลังเล็ก มักจะมีข้ออ้างว่าไม่มีพื้นที่ อันนี้ขอแนะนำว่าคุณอาจทำตู้ติดผนังขนานไปกับทางเดินหรือใต้บันไดก็สามารถทำเป็นตู้เก็บของหรือห้องเก็บของได้ และเมื่อไรก็ตามที่คุณมีของที่ไม่ใช้ ไม่รู้ว่าจะไปเก็บไว้ที่ไหนดี ตู้เก็บของหรือห้องเก็บของนี่ แหละช่วยได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะจะเป็นที่ที่คุณเก็บทุกอย่างที่ไม่ต้องการในขณะนั้น และบ้านคุณก็จะเป็นระเบียบ ดูกว้างขึ้น น่าอยู่ขึ้น รวมทั้งสะดวกในการหยิบใช้อีกด้วย

4. เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์

เฟอร์นิเจอร์ในบ้านเป็นสิ่งสำคัญมาก เราจึงต้องพิถีพิถันในการเลือก ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่ เป็นสังคมเมืองมากขึ้น การออกแบบในสไตล์ minimal จึงถูกหยิบยกมาใช้เป็นหลักในการออกแบบมากขึ้น แต่ด้วยฟังก์ชั่นของบ้านหลังเล็กที่ต้องใช้พื้นที่ให้คุ้มค่ามากที่สุด งานดีไซน์จึงถูกประยุกต์ให้ดูสะอาดตา และมีฟังก์ชั่นในตัวเองทำให้ประหยัดเนื้อที่ แต่เพิ่มประโยชน์ในการใช้สอย ไม่ว่าจะเป็น mini kitchen ที่มีส่วนยื่นพับเก็บในตัวได้ สามารถใช้แทนส่วนเตรียมอาหารไป จนถึงใช้แทนโต๊ะรับประทานอาหาร หรือ sofa bed โซฟาที่สามารถปรับเป็นเตียงนอนได้ เหล่านี้ซึ่งจะใช้พื้นที่น้อยและทำให้บ้านดูมีเสน่ห์อีกด้วย

5. Gimmick เติมเสน่ห์ให้กับบ้าน

Gimmick การเติมเสน่ห์เล็กๆ น้อยๆ ให้กับบ้านเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะ Gimmick เหล่านี้แหละมีส่วนทำให้บ้านมีชีวิต หลายคนคงคิดว่า Gimmick คืออะไร คำตอบง่ายมาก คือ ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวคุณ คือสิ่งต่างๆ ที่คุณสะสม มันเป็นเหมือนคาแรคเตอร์ของคุณเองและมีเสน่ห์ในตัวเอง เช่น หากคุณเป็นช่างภาพ คุณก็จะมีภาพที่คุณประทับใจหลายภาพ ภาพเหล่านี้แหละ เรานำมาติดตามผนังหรือแม้กระทั้งผนังข้างบันได
เท่านี้ บ้านของคุณก็จะเป็น gallery ของคุณด้วย

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ 5 เทคนิค ง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กับบ้านของคุณได้ เท่านี้ก็จะทำให้บ้านเล็กของคุณสวยและมีเสน่ห์สร้าง ความประทับใจแก่ผู้มาเยือนได้ตราบนานเท่านาน


credit: http://www.m-prop.com

Friday, January 27, 2012

เสริมฮวงจุ้ยบ้าน ด้วยวิธีง่ายๆ

เสริมฮวงจุ้ยบ้าน ด้วยวิธีง่ายๆ เพิ่มสิริมงคลแก่คนอาศัย

1. ปลูกต้นไม้ ไม้ใบ ไม้ดอก ไม้หอม เช่น กุหลาบ โมก แก้ว

2. ปลูกไม้มงคลต่างๆ เช่น โป๊ยเซียน ว่าน กุหลาบ ไผ่ ส้มจี๊ด มะนาว มะกรูด วาสนา

3. ปลูกต้นไม้ใหญ่ เช่น มะม่วง ขนุน

4. เก็บมีด ของมีคมให้มิดชิด

5. ตั้งอ่างบัว อ่างน้ำพุ ตู้ปลา ดูแลแหล่งน้ำในบ้านให้สะอาด เปลี่ยนน้ำตู้ปลา อ่างบัวใหม่ให้ใสสะอาด

6. เปิดไฟให้สว่าง เปิดหน้าต่างให้บ้านโปร่ง โล่ง และมีอากาศถ่ายเท แต่งบ้านให้โล่ง สะอาด ให้มี กลิ่นหอม

7. จัดบ้านอย่าให้รก และอับทึบ อย่างให้เปียกแฉะ นำของเก่า ๆ ไปบริจาค ทิ้งของเก่า แตกหัก ตัดแต่งต้นไม้ กิ่งไม้

8. จัดบ้านให้ร่มเย็น สดชื่น มีชีวิตชีวา อย่าปล่อยให้บ้านร้อนเกินไป ลดการใช้เครื่องไฟฟ้า

9. สี ใช้สีไขไก่ สีอ่อน ๆ สีนวล โทนสีฟ้า สีขาว ตกแต่งบ้าน ใช้ของแต่งบ้าน สีเหลืองทอง สีชมพู ลดสิ่งของสีม่วงอ่อน ขจัดสิ่งของสีเขียวตองอ่อนในช่วงมีเคราะห์

10. ติดกระดิ่ง โมบายล์ ที่หน้าต่าง

11. จัดสังสรรค์ นัดกินข้าวระหว่างคนในครอบครัว อย่าปล่อยให้บ้านเงียบ พาเด็ก ๆ มาเล่นมาทานอาหารที่บ้าน เปิดเพลงกล่อมบ้าน

12. หมั่นไว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในบ้าน ไหว้พระที่บ้าน ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ถวายเครื่องเซ่น เจ้าที่เจ้าทาง ทำบุญบ้าน แต่ถ้าดวงเจ้าของบ้านอ่อนให้ทำบุญบริจาค

13. ประดับด้วยภาพมงคล หรือ ภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หาสิ่งของที่แสดงเกียรติยศ และความน่าเชื่อถือมาแต่งบ้าน

14. แต่งบ้านด้วยงานไม้แนวธรรมชาติ ของเก่า จัดบ้านให้สะอาดเสมอ บ้านดีอยู่แล้ว จัด หนังสือ ให้เป็นระเบียบ

15. จัดบ้านให้ลงตัว อย่าเปลี่ยนอย่าต่อเติมบ่อย ซ่อมแซมบ้านให้แข็งแรง ทาสีบ้านใหม่ อย่าให้มีจุดชำรุด แตกร้าว รั่วซึม








credit: http://horoscope.sanook.com/
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...