Friday, January 18, 2013

เกร็ดความรู้เรื่อง ห้องนอนเด็ก (Kids bedroom design)

เกร็ดความรู้เรื่อง ห้องนอนเด็ก

เกร็ดความรู้เรื่องห้องนอนเด็ก ห้องนอนเด็กเป็นห้องที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งของบ้าน ถึงแม้ในช่วงแรกลูก ๆ อาจนอนรวมกับพ่อแม่ แต่เมื่อถึงช่วงวัยที่เหมาะสม คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องจัดเตรียมห้องสำหรับลูกน้อย การจัดห้องนอนเด็กสิ่งที่สำคัญ ก็คือ การสร้างเสริมพัฒนาของเด็กจากองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในห้อง ดังนี้

คุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวที่จัดเตรียมห้องไว้สำหรับลูกน้อยตั้งแต่เริ่มวางแผนปลูกสร้างบ้าน ถือเป็นการวางแผนที่ดีในการอบรมเลี้ยงดูลูกน้อย เพราะการจัดห้องนอนสำหรับเด็ก เป็นการสร้างนิสัยความรับผิดชอบให้กับลูก มีความเป็นตัวของตัวเอง และมีความรับผิดชอบมากขึ้น องค์ประกอบต่างๆ ของห้องเด็กที่สำคัญมีดังนี้


-  เตียงนอนสำหรับเด็ก ควรจัดวางเตียงนอนชิดผนังห้องด้านใดด้านหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเตียง ขนาดของเตียงก็ควรมีความเหมาะสมกับเด็ก และอายุของเด็ก

- โต๊ะทำงานสำหรับเด็ก  โต๊ะทำงานของเด็กสำหรับทำการบ้าน หรืองานฝีมือต่างๆ ควรมีลักษณะเคลื่อนที่ง่ายเช่นมีล้อ หรือพับเก็บได้ เพราะเด็กจะไม่นิ่งเฉย มักจะชอบบรรยากาศใหม่ๆ และเคลื่อนบ้ายไปเรื่อยๆ


- พื้นที่สำหรับเล่น หรือ พักผ่อน ภายในห้องนอนควรมีมุมของเล่น หรือมุมสำหรับเด็กได้เล่นพักผ่อน มีเครื่องเล่นสำหรับพัฒนาการทางร่างกาย ทางสมอง  และทางอารมณ์ของเด็ก

- พื้นที่สำหรับเก็บของ  สิ่งของจำเป็นของเด็ก เช่น เสื้อผ้า หนังสือเรียน ของเล่น ควรมีตู้หรือมีมุมสำหรับเก็บของเพื่อปลูกฝังสุขนิสัย ให้ลูกเป็นคนมีระเบียบวินัย และมีความรับผิดชอบ เห็นคุณค่าของสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ

ห้องนอนของลูกน้อย เปรียบเสมือนโลกในจิตนาการของเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่จะได้เรียนรู้พัฒนาของลูกจากโลกของเด็ก  ดังนั้นการจัดตกแต่งห้องนอน  ลูกจึงควรมีส่วนในการออกความคิดเห็นและร่วมตกแต่งด้วย เพื่อเพิ่มไอเดียช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ตกแต่งห้อนอนให้ลูกน้อยได้ง่ายขึ้น


info credit: www.upyim.com
image credit: www.home-designing.com

Thursday, May 10, 2012

ฮวงจุ้ยห้องนอนส่งเสริมชีวิตคู่ (Feng Shui Bedroom For Love)

หลังจากที่มีควันหลงงานแต่งงานดาราหลายคู่มาให้ได้เห็นกันบ้างแล้ว เห็นแล้วอดอิจฉาไม่ได้นะคะ เพราะแต่ละคู่หวานกันจนน้ำตาลเรียกพี่เลยทีเดียวอยากหวานอย่างนี้ไปนานๆ ไม่ยากค่ะ ทำได้ง่ายๆ ด้วยเคล็บลับเสริมดวงชีวิตคู่ด้วยห้องนอน ไปดูพร้อมๆ กันเลย...


ความเชื่อว่าให้เลือกเตียงที่ทำจากไม้ ห้ามเป็นเตียงเหล็ก จะส่งผลดีต่อความรัก หากคิดตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว เห็นได้ว่าเตียงโลหะนั้นเป็นสื่อนำความร้อนที่ดี ดังนั้นหากอากาศร้อนเตียงก็จะร้อน หากอากาศหนาวเตียงก็จะเย็นจนป่วยไข้ได้ง่าย

แสงภายในห้องไม่ควรมีแสงสว่างมาก เพราะแสงเป็นพลังหยาง หากมากไปขาดความสมดุลจะทำให้เกิดขุ่นเคืองใจกัน อันนี้ก็เป็นไปตามหลักเหตุผลเพราะว่าแสงแยงตาเวลานอนจะทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ หงุดหงิดได้ง่าย

ห้ามตั้งเตียงติดกับหน้าต่างกระจกใส เพราะพลังที่ผ่านเข้ามาจากภายนอก จะทำให้คู่รักมีเหตุทะเลาะมีเรื่องราวถึงกับต้องเลิกกัน แต่ก็จะส่งผลให้นอนไม่หลับหรือฝันร้ายอยู่เรื่อยๆ อันนี้เป็นตามหลักความเป็นจริงที่ไม่ควรอย่างยิ่งเพราะการมีเตียงใกล้หน้าต่างเวลามีโจรผู้ร้ายทำให้ไม่ปลอดภัยและขาดความเป็นส่วนตัวอีกด้วย

ใต้เตียงนอน ไม่ควรเอาของที่ไม่ใช้แล้วไปเก็บไว้ โดยเฉพาะของที่แตกหักไม่ดีต่อสุขภาพ อันนี้เป็นเหตุเป็นผลอย่างยิ่งเพราะของเก่าหรือชำรุดมักจะมากับฝุ่นละอองทำให้เกิดอาการแพ้หรือเกิดโรคภัยง่าย

อย่าให้เตียงของคุณตั้งตรงกับประตูทางเข้าห้องนอน ให้แขวนคริสตัลคั่นไว้ระหว่างเตียงและประตู อันนี้เป็นเหตุผลง่ายๆเพราะเวลาใครเปิดเข้ามาเห็นเตียงเลยคงดูไม่งามแน่ๆ

อย่าหันหัวเตียงไปทางห้องน้ำเป็นอันขาด มีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันไม่หยุดหย่อน อันนี้เรื่องปัญหาจากกลิ่นเล็กๆน้อยๆจากห้องน้ำก็ทำให้เกิดปัญหาใหญ่กับชีวิตคู่ได้ ดังนั้น ให้หัวเตียงอยู่มุมอื่นจะดีกว่า จะหาว่าไม่เตือน

ไม่ควรหันปลายเท้าให้กับประตูห้องนอน เพราะเป็นสัญลักษณ์การนอนของคนตาย ไม่เป็นมงคลอย่างยิ่ง หากปลายเตียงหันไปทางประตูห้องนอนพอดีล่ะก็ จะมีเรื่องให้เดือดร้อนใจในครอบครัว สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง อันนี้น่าจะเป็นเหตุจากอดีต ที่เมืองจีนมีอากาศหนาวหากปลายเท้าอยู่ทางประตูเวลาลมเข้ามาจะหนาวและป่วยง่าย

พื้นของห้องนอน ควรเป็นพื้นเรียบ มีลวดลายสบายตา หากเป็นพื้นสีเรียบๆได้จะดีที่สุด อย่าเลือกลวดลายรกจนน่าเวียนหัว เพราะจะส่งผลให้ความรักของคุณวุ่นวายได้ อันนี้น่าจะเป็นเหตุผลทางจิตวิทยาของสีและเส้นสายที่ส่งผลต่อจิตใจ

อย่าใช้ผ้าห่มสีขาว เพราะหากนำมาคลุมร่าง จะเหมือนกับสัญลักษณ์ของคนตาย ผ้าปูที่นอนสีขาวแม้จะดูสะอาดสะอ้าน..แต่ก็ไม่เหมาะกับห้องนอนนัก สีขาวโพลนจะส่งผลให้พลังความรักกระจัดกระจาย เลือกผ้าปูที่นอนที่มีโทนสีอื่นดีกว่า โดยเฉพาะผ้าที่ทอด้วยด้ายสีทอง ที่ส่องประกายแวววาว จะช่วยให้ส่งเสริมความรักที่ดี อันนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องสีที่มีผลต่อจิตใจ เพราะสีดูจืดชืดไม่มีชีวิตชีวา

หาหินควอตส์ สีขาวใส ก้อนใหญ่พอประมาณ มาวางไว้ใต้เตียง จะทำให้ความรักของคุณมั่นคง อันดูเป็นความเชื่อแต่น่าจะมีผลจากแรงสนามแม่เหล็กจากแร่ในหินซึ่งยังพิสูจน์ไม่ได้


ขอบคุณข้อมูลจาก Homepro


Saturday, March 10, 2012

เทรนด์การออกแบบตกแต่งบ้านของญี่ปุ่น

แนวโน้มสินค้าเครื่องใช้และของตกแต่งบ้านตลาดญี่ปุ่น
Japanese Home Trend 2006
โดย Mr.Junya Kitagawara

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการออกแบบสินค้าเครื่องใช้และของตกแต่งบ้านตลาดญี่ปุ่น จากญี่ปุ่น ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง บริษัท Art Source Inc. ซึ่งประกอบธุรกิจทางด้านการผลิตสินค้าเครื่องใช้และของตกแต่งบ้าน มีประสบการณ์ทางด้านการตลาดและการพัฒนาสินค้าเครื่องใช้และของตกแต่งบ้าน การจัดตกแต่งวางสินค้าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในตลาดญี่ปุ่นมากกว่า 25 ปี นอกจากนี้ยังเป็นผู้แทนจากรัฐบาลญี่ปุ่นในโครงการพัฒนาสินค้า OTOP ของไทยร่วมกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO BANGKOK) ในปี ค.ศ. 2002

เทรนด์/แนวโน้มของโลก ( World interior trend)

1990 โลกของเราเป็นยุคของ Hi-Tech Boom ซึ่งจะเน้นในเรื่อง High Technology เพราะฉะนั้นการพัฒนาในเรื่องพลาสติกจึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย และมีการใช้สแตนเลสมาทำผลิตภัณฑ์ คนเราเน้นในเรื่องวัตถุเสียมากกว่าที่จะเข้าถึงในเรื่องของจิตใจ ฉะนั้นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาก็จะเน้นในเรื่องของวัตถุและ Hi-Tech มากกว่าที่จะเข้าใจถึงความหมายทางจิตใจ

2000 เนื่องจากโลกเราเน้นเรื่องวัตถุมานานพอสมควร จึงถึงยุคที่ผู้คนต้องการความอบอุ่นและต้องการในเรื่องของจิตใจมากขึ้น ความต้องการในลักษณะนี้จึงสูงขึ้นตามลำดับ จึงเป็นที่มาของ แนวโน้มซึ่งเป็น “Asian Boom”

Asian Boom คนที่อยู่ในเมืองใหญ่ซึ่งมีชีวิตที่ยุ่งเหยิงหลังจากที่ได้สัมผัสสิ่งที่เน้นในเรื่องของวัตถุมามาก ผู้คนเหล่านั้นก็ต้องการอะไรที่เป็นเรื่องของความอบอุ่นและความต้องการของจิตใจมากขึ้น จึงเป็นที่มาสู่ความนิยมการกลับสู่ธรรมชาติสินค้าที่มนุษย์สร้างขึ้นจึงเริ่มที่จะรียกร้องหาสิ่งที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

Minimalist “คาโตรินุ เนมิ” เป็นนักออกแบบคนหนึ่งซึ่งใช้สไตล์ “minimalist” มาออกแบบสินค้าสไตล์นี้ เธอมีการจัดแจงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ผสมผสานได้ดีมากๆ นั้นก็คือการใช้วัสดุธรรมชาติจากเอเชีย แล้วทำในรูปแบบที่เป็นสไตล์ญี่ปุ่น แต่หน้าที่การใช้งานก็ทำแบบทันสมัยสไตล์ยุโรป ออกมาในรูปแบบ simple minimal style ด้วยแนวคิดในลักษณะนี้จึงเป็นรุ่งบุกเบิกที่กำลังจะเกิดขึ้นท่ามกลางสไตล์เก่าๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงไป อันเป็นแนวความคิดพื้นฐานที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน หลังจากที่โลกเรามีความรู้สึกว่าสไตล์ simple และ minimal เป็นสิ่งที่ต้องการ

Scandinavian Style เมื่อย้อนกลับมาถึงการใช้วัสดุธรรมชาติ เน้นรูปแบบหรือ shape ที่เป็นธรรมชาติ Scandinavian Style เป็นแนวทางการออกแบบใหม่เน้นรูปลักษณ์ธรรมชาติ แต่ใช้เส้นตรง เส้นโค้งหรือมุมฉาก ซึ่งเป็นรูปลักษณ์ที่ดูชัดเจนมากขึ้นหากเราไปดูในตลาดที่มีสินค้าสไตล์ญี่ปุ่นหรือสไตล์แบบ Scandinavian style เราก็ได้ข้อคิดต่างๆ มากมายว่าเราจะพัฒนาสินค้าของเราไปในทิศทางไหน ถ้าเราดูสินค้าที่เป็นที่นิยมที่ใช้วัสดุธรรมชาติ และมีรูปแบบที่เรียบง่าย simple การออกแบบสินค้าให้มีลักษณะ simple ไม่ได้หมายความว่า ใช้ธรรมชาติทั้งชิ้นงาน แต่เป็นรูปแบบที่พัฒนาและได้รับการขัดเกลาด้วยเทคนิคชั้นสูง เทคนิคชั้นสูงอาจได้มาจากภูมิปัญญาดั้งเดิมก็ว่าได้ เช่น ญี่ปุ่นมีการทำการจักสานหรือการทำเฟอร์นิเจอร์โดยไม่ใช้ตะปู หรือการทำให้ไม่มีรอยต่อ ซึ่งเป็นเทคนิคชั้นสูงที่สืบทอดมายาวนาน ก็สามารถประยุกต์ใช้ในการทำเฟอร์นิเจอร์ในปัจจุบัน

Nordic Style แท้จริงแล้ว Nordic style กับ Zen style มีความคล้ายกัน กล่าวคือ มีความเป็น simple แต่ทั้งนี้มีความแตกต่างกันตรงที่ว่า ความเป็น simple ของ zen style นั้นมีมานานแล้วในญี่ปุ่น โดยใช้หลักการของ zen คือการใช้เส้นโค้งและเส้นตรงมาผสมผสานกัน ใช้สีที่เรียบง่าย เช่น สีขาว – ดำ แต่ Nordic style นิยมรูปแบบที่มีความโค้ง การใช้เส้นโค้งค่อนข้างสูง และก็นิยมใช้เทคนิคในขั้นสูงด้วย

Mid century ทั้งในเรื่องของแฟชั่นและ interior ซึ่งจะย้อนไปถึงในปี 1960, 1970 หรือสไตล์ในรูปแบบนั้นก็หันมานิยมอีกครั้ง แฟชั่นและ interior ก็จะเป็นสไตล์เดียวกัน พอมาถึงปีนี้ 2005 ก็เอาข้อดีของทุกสไตล์มารวมกันกลายเป็น mix style ในปี 2005

Mix style เป็นการรวมสไตล์หลาย ๆ อย่าง ครบทุกรสชาติ เช่น การใช้รูปแบบ European style ผสม zen style, เฟอร์นิเจอร์แบบ Scandinavian style ผสมกับผ้าไหมไทย เป็นต้น ซึ้งถือได้ว่าเป็นโอกาสดีของนักออกแบบในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สู่ตลาดโลก เพราะสิ่งที่เรากำลังทำอยู่มันสามารถตอบสนองความต้องการของโลกได้มากทีเดียว เพราะฉะนั้น เราคงจะออกแบบด้วยความคิดของเราเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ควรดูความนิยมของโลกโดยรวมว่ามีทิศทางอย่างไร เพื่อเราจะได้ออกแบบตามความต้องการของตลาด เรามีการหา originality หรือ ความเป็นตัวเองของเราได้เร็ว เราก็จะโดดเด่นขึ้นมาและสามารถประกาศตัวได้เร็วกว่าประเทศอื่น

เทรนด์หรือแนวโน้มของ interior style ปี 2005 ในญี่ปุ่นแบ่งย่อยออกเป็นลักษณะต่างๆ ดังนี้

1. Cool Romantic เมื่ออยู่กับความเรียบง่ายหรือ simple นานๆ เราจึงต้องการความอ่อนหวานมากขึ้น แนวโน้มในลักษณะ cool romantic จึงมีบทบาทมากขึ้น การตกแต่งในลักษณะนี้ เช่น ท่ามกลางเฟอร์นิเจอร์ที่ simple modern ของเรา เราอาจจะใส่สิ่งเติมเต็มเข้าไป อาทิ การใส่ ชานเดอร์เลียแบบใหม่ ซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกความเป็นโรแมนติกมากขึ้น เป็นความหวานที่มีความเท่ผสม


2. Feminine Style แนวโน้มในลักษณะนี้ก็มาจากแนวโน้มของเสื้อผ้า ความเป็น Feminine ในแต่ละยุคก็จะมีลักษณะโดดเด่นผิดกัน ไม่เพียงแต่เสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว ตัวเฟอร์นิเจอร์อาจเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สื่อถึงความเป็นผู้หญิงได้ การตกแต่งในลักษณะแบบ Feminine Style เช่น การใช้เชิงเทียน ถ้าเรานำรูปแบบคลาสสิคแบบโดยใช้เชิงเทียนที่ทำด้วยวัสดุ ทองเหลือง โลหะ มาตกแต่ง ก็จะสื่อถึงอีกอารมณ์ แต่ถ้าเป็นเชิงเทียนซึ่งใช้สีที่ทันสมัย ความรู้สึกก็จะแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นความเป็น feminine ในปัจจุบันกับสมัยก่อนจึงมีความแตกต่างกัน


3. Natural Style สไตล์ที่อยู่ในตลาดนานมากคือ natural style ซึ่งได้เปลี่ยนไปทีละเล็กละน้อย ลวดลายแบบ natural style ในเวลานี้ก็จะเปลี่ยนเป็นลายใบไม้ ลายดอกไม้แบบ silhouette แนวโน้มสีก็จะเป็นสีเขียวแบบเขียวใสๆ นอกจากสีเขียวแล้ว ก็จะมี ม่วง น้ำเงิน ซึ่งสามารถนำไปเข้าคู่ (matching) กันกับสีโทนน้ำตาลได้ง่ายๆ แนวโน้มเครื่องเรือนในสไตล์นี้ก็จะเป็นสีแบบธรรมชาติ


4. Modern Asia สไตล์ Modern Asia มีความแตกต่างจาก Asian Boom หรือ Zen Style กล่าวคือ มีการพัฒนาขึ้นมากกว่า 10 ปีก่อน ภาพโดยรวมจะเป็นลักษณะแบบตะวันตก แต่มีการใช้วัสดุเทคนิค แบบเอเชีย เช่นวัสดุที่เป็นไม้ เทคนิคการจักสาน สีที่เป็นแนวโน้มคือธรรมชาติสีอ่อนๆ สีเขียว



credit: http://www.bareo-isyss.com

Friday, February 17, 2012

เทคนิคง่ายๆ 5 วิธีที่ทำให้บ้านเล็กน่าอยู่ (tricks to decorate a small house)

บ้าน มีความหมายต่อชีวิตครอบครัว บรรยากาศในบ้านที่ผ่อนคลาย ส่งผลให้จิตใจได้พักผ่อนอย่างเต็มที่รวมไปถึงความสะดวกสบาย จากการออกแบบที่ลงตัว..การหมั่นดูแลรักษาความสะอาดล้วนแล้วเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อสุขภาพที่ดีของสมาชิกในบ้านถึงแม้ว่าจะเป็นบ้านหลังเล็ก เราก็ต้องใช้พื้นที่ให้คุ้มค่ามากที่สุด งานดีไซน์จึงถูกประยุกต์ให้ดูสะอาดตา แต่ได้ประโยชน์ในพื้นที่ใช้สอยที่มีอยู่

โดยมีเทคนิคง่ายๆ 5 ข้อ ด้วยกันที่ทำให้บ้านเล็กน่าอยู่


1. โปร่ง โล่ง สบาย

ในความหมายของคำว่า โปร่ง โล่ง สบาย คือการที่เราทำให้บ้านมีพื้นที่ว่างให้มากที่สุด วิธีที่ง่ายที่สุดคือการนำเอาทุกอย่างชิดผนังให้หมด อาจใช้ชั้นติดผนัง หรือตู้ติดผนังไว้เก็บของ จากนั้นเราก็วางโต๊ะ เก้าอี้ สไตล์ Retro ตัวเอกของบ้านไว้ตรงกลาง เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ห้องที่กว้างสมดังใจ สำหรับโถงชั้นล่าง หรือโถงอเนกประสงค์ ถูกเปิดทะลุถึงกันจากห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องทำงาน เพื่อเพิ่มเนื้อที่ในบ้าน
ให้ดูกว้างขึ้นหลักการนี้เรา ที่เรียกว่า Combine Space หรือ Open Space นอกจากนี้การใช้กระจกใสเป็นผนังห้องทำให้เกิดความโล่งสบาย โปร่งตาในทุกห้อง ความเด่นอยู่ที่การดูแล ความกลมกลืนของเครื่องเรือนทุกชิ้นที่หยิบมาวางอย่างบรรจงในทุกจุด

2. แสงธรรมชาติ

แสงธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้เพื่อให้บ้านขนาดเล็กดูกว้างใหญ่ขึ้นได้โดยการเจาะ ช่องหน้าต่างให้ใหญ่ที่สุดและเยอะที่สุด เพราะนอกจากหน้าต่างที่กว้างจะเป็นการเปิด รับแสงธรรมชาติแล้ว ยังเป็นช่องลมให้ภายในบ้านเย็นสบายยิ่งขึ้น อีกอย่างหน้าต่าง ที่กว้างยังจะเป็นตัวนำสายตาให้มองออกไปข้างนอก ไม่ถูกปิดกั้นจึงทำให้บริเวณบ้าน ดูเหมือนกว้างขึ้น การเปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคาเป็นกระเบื้องชนิดโปร่งแสงบริเวณบันไดและห้องน้ำ ก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่ทำให้บ้านเปิดรับแสงธรรมชาติ เพราะเมื่อห้องยิ่งสว่างยิ่งดูกว้าง

3. ตู้เก็บของมหัศจรรย์

ห้องเก็บของหรือตู้เก็บของเป็นสิ่งสำคัญสำหรับบ้าน แต่เป็นสิ่งที่มักจะถูกมองข้ามโดยเฉพาะบ้านหลังเล็ก มักจะมีข้ออ้างว่าไม่มีพื้นที่ อันนี้ขอแนะนำว่าคุณอาจทำตู้ติดผนังขนานไปกับทางเดินหรือใต้บันไดก็สามารถทำเป็นตู้เก็บของหรือห้องเก็บของได้ และเมื่อไรก็ตามที่คุณมีของที่ไม่ใช้ ไม่รู้ว่าจะไปเก็บไว้ที่ไหนดี ตู้เก็บของหรือห้องเก็บของนี่ แหละช่วยได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะจะเป็นที่ที่คุณเก็บทุกอย่างที่ไม่ต้องการในขณะนั้น และบ้านคุณก็จะเป็นระเบียบ ดูกว้างขึ้น น่าอยู่ขึ้น รวมทั้งสะดวกในการหยิบใช้อีกด้วย

4. เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์

เฟอร์นิเจอร์ในบ้านเป็นสิ่งสำคัญมาก เราจึงต้องพิถีพิถันในการเลือก ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่ เป็นสังคมเมืองมากขึ้น การออกแบบในสไตล์ minimal จึงถูกหยิบยกมาใช้เป็นหลักในการออกแบบมากขึ้น แต่ด้วยฟังก์ชั่นของบ้านหลังเล็กที่ต้องใช้พื้นที่ให้คุ้มค่ามากที่สุด งานดีไซน์จึงถูกประยุกต์ให้ดูสะอาดตา และมีฟังก์ชั่นในตัวเองทำให้ประหยัดเนื้อที่ แต่เพิ่มประโยชน์ในการใช้สอย ไม่ว่าจะเป็น mini kitchen ที่มีส่วนยื่นพับเก็บในตัวได้ สามารถใช้แทนส่วนเตรียมอาหารไป จนถึงใช้แทนโต๊ะรับประทานอาหาร หรือ sofa bed โซฟาที่สามารถปรับเป็นเตียงนอนได้ เหล่านี้ซึ่งจะใช้พื้นที่น้อยและทำให้บ้านดูมีเสน่ห์อีกด้วย

5. Gimmick เติมเสน่ห์ให้กับบ้าน

Gimmick การเติมเสน่ห์เล็กๆ น้อยๆ ให้กับบ้านเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะ Gimmick เหล่านี้แหละมีส่วนทำให้บ้านมีชีวิต หลายคนคงคิดว่า Gimmick คืออะไร คำตอบง่ายมาก คือ ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวคุณ คือสิ่งต่างๆ ที่คุณสะสม มันเป็นเหมือนคาแรคเตอร์ของคุณเองและมีเสน่ห์ในตัวเอง เช่น หากคุณเป็นช่างภาพ คุณก็จะมีภาพที่คุณประทับใจหลายภาพ ภาพเหล่านี้แหละ เรานำมาติดตามผนังหรือแม้กระทั้งผนังข้างบันได
เท่านี้ บ้านของคุณก็จะเป็น gallery ของคุณด้วย

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ 5 เทคนิค ง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กับบ้านของคุณได้ เท่านี้ก็จะทำให้บ้านเล็กของคุณสวยและมีเสน่ห์สร้าง ความประทับใจแก่ผู้มาเยือนได้ตราบนานเท่านาน


credit: http://www.m-prop.com

Friday, January 27, 2012

เสริมฮวงจุ้ยบ้าน ด้วยวิธีง่ายๆ

เสริมฮวงจุ้ยบ้าน ด้วยวิธีง่ายๆ เพิ่มสิริมงคลแก่คนอาศัย

1. ปลูกต้นไม้ ไม้ใบ ไม้ดอก ไม้หอม เช่น กุหลาบ โมก แก้ว

2. ปลูกไม้มงคลต่างๆ เช่น โป๊ยเซียน ว่าน กุหลาบ ไผ่ ส้มจี๊ด มะนาว มะกรูด วาสนา

3. ปลูกต้นไม้ใหญ่ เช่น มะม่วง ขนุน

4. เก็บมีด ของมีคมให้มิดชิด

5. ตั้งอ่างบัว อ่างน้ำพุ ตู้ปลา ดูแลแหล่งน้ำในบ้านให้สะอาด เปลี่ยนน้ำตู้ปลา อ่างบัวใหม่ให้ใสสะอาด

6. เปิดไฟให้สว่าง เปิดหน้าต่างให้บ้านโปร่ง โล่ง และมีอากาศถ่ายเท แต่งบ้านให้โล่ง สะอาด ให้มี กลิ่นหอม

7. จัดบ้านอย่าให้รก และอับทึบ อย่างให้เปียกแฉะ นำของเก่า ๆ ไปบริจาค ทิ้งของเก่า แตกหัก ตัดแต่งต้นไม้ กิ่งไม้

8. จัดบ้านให้ร่มเย็น สดชื่น มีชีวิตชีวา อย่าปล่อยให้บ้านร้อนเกินไป ลดการใช้เครื่องไฟฟ้า

9. สี ใช้สีไขไก่ สีอ่อน ๆ สีนวล โทนสีฟ้า สีขาว ตกแต่งบ้าน ใช้ของแต่งบ้าน สีเหลืองทอง สีชมพู ลดสิ่งของสีม่วงอ่อน ขจัดสิ่งของสีเขียวตองอ่อนในช่วงมีเคราะห์

10. ติดกระดิ่ง โมบายล์ ที่หน้าต่าง

11. จัดสังสรรค์ นัดกินข้าวระหว่างคนในครอบครัว อย่าปล่อยให้บ้านเงียบ พาเด็ก ๆ มาเล่นมาทานอาหารที่บ้าน เปิดเพลงกล่อมบ้าน

12. หมั่นไว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในบ้าน ไหว้พระที่บ้าน ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ถวายเครื่องเซ่น เจ้าที่เจ้าทาง ทำบุญบ้าน แต่ถ้าดวงเจ้าของบ้านอ่อนให้ทำบุญบริจาค

13. ประดับด้วยภาพมงคล หรือ ภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หาสิ่งของที่แสดงเกียรติยศ และความน่าเชื่อถือมาแต่งบ้าน

14. แต่งบ้านด้วยงานไม้แนวธรรมชาติ ของเก่า จัดบ้านให้สะอาดเสมอ บ้านดีอยู่แล้ว จัด หนังสือ ให้เป็นระเบียบ

15. จัดบ้านให้ลงตัว อย่าเปลี่ยนอย่าต่อเติมบ่อย ซ่อมแซมบ้านให้แข็งแรง ทาสีบ้านใหม่ อย่าให้มีจุดชำรุด แตกร้าว รั่วซึม








credit: http://horoscope.sanook.com/

Monday, December 12, 2011

ไอเดียประหยัดไฟฟ้า แสงสว่าง จากขวดน้ำดื่ม (Bottled Water, Energy Saving Tips For Homes)

ไอเดียประหยัดไฟฟ้า แสงสว่าง จากขวดน้ำดื่ม
(Bottled Water, Energy Saving Tips For Homes)

ชาวชุมชนแออัดในฟิลิปปินส์นับล้านคน ที่ไม่มีแสงสว่างจากไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ เริ่มมีความหวัง หลังหนุ่มหัวใสใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเผยแพร่ไอเดีย "แสงสว่างจากขวดน้ำดื่ม"

ไอเดียของ นาย อิลลัก ดิอาซ ชาวฟิลิปปินส์ ที่สอนชาวบ้านใช้ขวดพลาสติกใสบรรจุน้ำดื่ม ดัดแปลงเป็นแหล่งกำเนิดแสงสว่างในบ้านเรือน ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติ ซึ่งเชิญเขาไปเป็นวิทยากรรับเชิญ อธิบายถึงแสงสว่างจากธรรมชาตินี้ให้กับบรรดาผู้นำประเทศต่างๆ ในการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศโลก ที่ประเทศแอฟริกาใต้ด้วย

เทคนิคที่ ดิอาซ สอนชาวบ้านคือ การนำขวดพลาสติกใส มาเติมน้ำกลั่นลงไปให้เต็ม และอาจจะเติมสารฟอกขาวลงไปเล็กน้อยเพื่อป้องกันแบคทีเรียที่จะเติบโตในขวด แล้วนำไปติดตั้งไว้บนหลังคาที่เจาะช่องว่างไว้ เท่านี้แสงสว่างที่เกิดจากการหักเหของแสงอาทิตย์ก็จะทำให้บ้านเรือนในสลัมของกรุงมะนิลา ที่เคยมืดมิดจากความแออัดของชุมชนในตอนกลางวัน กลับมีแสงสว่างเพียงพอต่อการทำกิจกรรมต่างๆได้ภายในบ้าน โดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้าเลย

แสงสว่างที่ได้จากขวดน้ำนี้สว่างเท่ากับ หลอดไฟฟ้า 55 วัตต์ และแต่ละขวดก็มีอายุการใช้งานที่ยาวนานสูงสุดถึง 5 ปี ทำให้ผู้ที่ทดลองใช้สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าลงไปได้มาก

นาย ดิอาซ ได้ก่อตั้งมูลนิธิที่ชื่อว่า MyShelter Foundation ขึ้น โดยได้ตระเวนออกไปติดตั้งแสงสว่างจากขวดน้ำดื่มนี้ให้ในชุมชนแออัดต่างๆ เริ่มต้นที่กรุงมะนิลา ไปแล้วกว่า 15,000 ขวด และการที่กระแสตอบรับดีทำให้เชื่อว่าในช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนาปลายปีนี้น่าจะมีอาสาสมัครจำนวนมากมาช่วยประดิษฐ์ และติดตั้ง คาดว่าจะทำเพิ่มได้ไม่น้อยกว่า 10,000 ขวด ขณะเดียวกันก็มีโครงการที่จะไปติดตั้งให้กับชุมชนแออัดในเมืองเซบู เมืองใหญ่ลำดับ 2 ของประเทศ อีกราว 100,000 ขวด โดยจะเริ่มในเดือนธันวาคมนี้ด้วยและเป้าหมายสูงสุดของมูลนิธิคือช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากถึง 1 ล้านคนภายใน 1 ปี



นาย ดิอาซ ระบุว่า ไอเดีย "แสงสว่างจากขวดน้ำดื่ม"กำลังแพร่หลายอย่างมากในโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยเฉพาะในยูทูบ และเฟซบุ๊ก

ไอเดีย "แสงสว่างจากขวดน้ำดื่ม" ได้รับการยกย่องว่าเป็นแนวทางประหยัดทรัพยากรพลังงานในชีวิตประจำวัน ที่เข้าถึงผู้คนที่ยากจนได้มากกว่า แนวคิดของ นาย อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เคยเสนอไว้ในภาพยนตร์สารคดีเรื่อง An Inconvenient Truth ที่เสนอให้มีการใช้แผงโซลาเซลล์ รวมไปถึงกังหันผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมให้มากขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงประเทศที่ยากจนอย่างฟิลิปปินส์ และอีกหลายประเทศทั่วโลก ไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่แพงขนาดนั้นได้


credit: http://campus.sanook.com/

Wednesday, November 30, 2011

วิธีดูแลผนังบ้าน หลังน้ำท่วม

ผนังบ้านแช่น้ำนานๆ…จะแก้ไขดูแลอย่างไร
(How to keep back the flood wall)

ปัญหาที่ทุกบ้านที่ประสพปัญหาน้ำท่วมต้องเจอ และหาทางแก้ไขซ่อมแซมก็คือเรื่องผนัง

อ.ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ อธิบายถึงวิธีแก้ไขไว้ดีมากจากหนังสือ ร้อยพันปัญหาในงานก่อสร้าง เลยขอนำมาถ่ายทอดต่อ เพราะการแก้ไข ถ้ารีบร้อนไป อาจไม่ได้ช่วยอะไร และอาจต้องเสียเงินซ้ำสอง ลองมาดูกันเลยค่ะว่าเราควรทำอย่างไร กับผนังบ้านแบบต่างๆ

1. ผนังทำด้วยไม้ — ไม่ต้องทำอะไรมากปล่อยให้แห้งก็เพียงพอแล้ว เมื่อน้ำในบ้านลดลง เอาผ้าเช็ดทำความสะอาด ขจัดคราบความสกปรกออก เพื่อสุขภาพของคนในบ้าน และเพื่อผิวที่ทำความสะอาดแล้วสามารถระเหยความชื้นออกมาได้ง่าย ทิ้งไว้จนแน่ใจว่าผนังของเราแห้งดี (อย่าทาแลคเกอร์ หรือน้ำยารักษาเนื้อไม้ หรือสีทาผนัง ก่อนที่จะให้ตัวผนังแห้ง เพราะจะทำให้น้ำและความชื้นระเหยไม่ออก จะเกิดอาการ “ชื้น และผุฝังใน” การทาสี หรือทายารักษาเนื้อไม้ อาจจะทาเฉพาะด้านในตัวบ้านก่อนก็ได้ แล้วทิ้งไว้สักหลายเดือนจึงค่อยทาสีภายนอกตัวอาคาร เพื่อให้มั่นใจจริงๆว่าผนังของเราแห้งสนิทแล้ว (อย่าอายใคร หากบ้านเราจะไม่สวยสัก 5-6 เดือน)

2. ผนังก่ออิฐฉาบปูน — ก็ให้ทำแบบเดียวกับผนังไม้ตามข้อแรก แต่อาจจะต้องทิ้งเวลานานหน่อย เพราะการระบายความชื้นของผนังก่ออิฐยากกว่าผนังไม้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผนังไม้อาจแตกต่างจากผนังก่ออิฐก็คือ “สิ่งที่อยู่ภายใน” ไม่ว่าจะเป็นสายไฟฟ้า ท่อไฟฟ้า ท่อน้ำ ฯลฯ เราต้องตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ด้วยว่าอยู่ในสภาพดีเหมือนเดิมหรือไม่

นอกจากนี้ การให้ความชื้นระเหยออกได้ง่าย ต้องพยายามไม่เอาสิ่งของหรือตู้ โต๊ะติดไว้ที่ผนัง แต่ก็ไม่ควรถึงกับเอาเอาไฟสปอทไลท์มาส่องให้ความร้อนเพื่อให้ความชื้นระเหยออกมาเร็วๆ ซึ่งไม่คุ้มกันเพราะจะเสียค่าไฟเพิ่มและเป็นการสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น เก็บเงินค่าไฟไว้เป็นค่าซ่อมบ้านดีกว่า

3. หากผนังทำด้วยยิบซั่มบอร์ด ก็คงต้องเลาะเอาแผ่นยิบซั่มออกจาตัวโครงเคร่าผนัง แล้วทิ้งแผ่นยิบซั่มไป ถ้าโครงเคร่าทำด้วยโลหะ ก็สามารถติดแผ่นใหม่เข้าแทนที่ได้เลย แต่หากโครงเคร่าเป็นไม้ คงต้องทิ้งไว้สักหลายวันให้ความชื้นในโครงไม้ระเหยออกเสียก่อน จึงค่อยบุแผ่นใหม่เข้าแทนที่

4. ผนังที่ทำด้วยโลหะ หรือผนังที่ทำด้วยกระจก ยามน้ำท่วมคงไม่เป็นอะไรมาก แต่เมื่อน้ำลดแล้วน่าจะต้องตรวจสอบตามซอกตามรอยต่อ ว่ายังมีน้ำหรือเศษขี้ผงฝังในอยู่หรือไม่ หากมีก็ทำความสะอาดเสีย (ควรดูด้วยว่ามีน้ำขังอยู่ในท่อของโครงอลูมีเนียมหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องเอาออกเหมือนกัน)

5. ผนังชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมา ไม่ว่าจะเป็นผนังกระดาษอัด ผนังสังกะสี ผนังไม้อัด ฯลฯ จะมีธรรมชาติคล้ายกับผนังทั้ง4 อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ลองเปรียบเทียบดูแล้วแก้ไขตามแนวทางนั้นๆ


*การซ่อมวอลล์เปเปอร์หลังน้ำท่วม

เมื่อน้ำท่วมบ้านที่มีผนังบุด้วย วอลล์เปเปอร์ มีวิธีแก้ไขและซ่อมแซม ดังนี้

วอลล์เปเปอร์จะมีลักษณะคล้ายสี ถ้าโดนความชื้นมากๆ จะลอกหรือร่อน การแก้ไขก็โดยการลอกออกให้หมด เพื่อให้ผนังที่ชื้นสามารถระเหยออกมาได้ โดยรอให้ผนังแห้งจริงๆ แล้วจึงปิด วอลล์เปเปอร์ทับลงไป อาจจะปิดเองถ้าทำได้ หรือตามช่างมา ก็ได้



credit: http://www.iurban.in.th/diy/how-to-fix-the-wall-after-flooding/

Tuesday, November 22, 2011

"Baking Soda" ทำความสะอาดบ้าน แบบปลอดสารพิษ

(Baking Soda Cleaning)

สุดสัปดาห์นี้ คงมีหลายๆคนแวะเข้าไปดูบ้านที่น้ำท่วม และอีกหลายๆคนที่เริ่มทำความสะอาดบ้าน มีคำถามมากมายว่าเราจะใช้อะไรทำความสะอาดบ้านกันดี ในความเห็นของเราควรใช้สิ่งที่ทำความสะอาดได้ดี และไม่แพง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และปลอดภัยกับตัวเราเองที่ต้องเป็นคนทำความสะอาดด้วยค่ะ

ถ้าเราต้องสูตรดมสารเคมีมากๆ ระหว่างทำความสะอาดก็คงไม่ดีแน่ เราจึงมีคำแนะนำเกี่ยวกับของที่เราหาได้ง่ายๆ และยังปลอดภัยกับตัวเรา แถมเป็นของ 2 สิ่งที่น่าจะมีติดครัวของหลายๆบ้าน อย่าง Baking Soda หรือโซเดียมไบคาร์บอเนต ที่เราใช้ในการทำขนมเค้ก และน้ำส้มสายชูนั่นเองค่ะ

ทั้งโซเดียมไบคาร์บอเนต และน้ำส้มสายชู จะว่าไปแล้วก็สามารถทำความสะอาดได้ทุกพื้นที่ ตลอดจนช่วยกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้ด้วย มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค ไม่มีสารพิษ และช่วยกำจัดกลิ่น สำหรับ Baking Soda นั้น มีการค้นพบมานานแล้วว่ามันสามารถกำจัดเชื้อราได้ และปลอดภัยกับสิ่งแวดล้อม

งานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยคอร์แนล ได้ใช้ Baking Soda ผสมน้ำ ฉีดให้กับพืชเพื่อกำจัดเชื้อราด้วย จึงปลอดภัยกับสิ่งแวดล้อม ชัวร์ค่ะ Baking Soda หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป วิธีใช้ก็ง่ายๆค่ะ มาดูว่าเราจะใช้มันทำความสะอาดอะไรได้บ้าง

• ทำความสะอาดเชื้อรา และคราบดำบนพื้นและผนัง
  1. เพียงโรยผง Baking Soda ในจุดที่ต้องการทำความสะอาดให้ทั่ว ทิ้งไว้สักพัก แล้วเช็ดล้างด้วยน้ำอุ่น ใช้แปรงขัด แล้วฉีดน้ำตามก็ได้

  2. หรือ ใช้ผง baking soda ผสมกับน้ำ คนให้เข้ากัน แล้วใช้ขัดถูได้เลยค่ะ

  3. อีกวิธี โรยผง Baking Soda ให้ทั่วบริเวณคราบดำ แล้วเทน้ำส้มสายชูตาม จะฟู่ๆ แล้วทิ้งไว้สักพัก ฉีดน้ำ คราบเชื้อราจะหลุดออกมาเป็นแผ่นๆเลยค่ะ ทดลองทำมาแล้วค่ะ ได้ผลจริงๆ

• การกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ก็เช่นกัน ใช้ผง Baking Soda โรยบริเวณขยะ ระหว่างรอให้คนมาเก็บไป

• เช็ดล้างคราบน้ำมัน เช่นกัน โรย Baking Soda ทิ้งไว้สักพัก แล้วใช้น้ำอุ้นล้างออก

• ใช้ฆ่าเชื้อโรค แล้วก็กำจัดกลิ่นเหม็น ภาชนะหรือข้าวของบางอย่างที่เราเก็บไม่ทัน แล้วถูกน้ำท่วม ก็เอาแช่ Baking Soda ค้างคืนไว้เลยค่ะ ฆ่าเชื้อโรค แล้วก็กำจัดกลิ่นให้หมดไป

• ขจัดคราบ ขจัดกลิ่น ใช้ baking soda ผสมกับผงซักฟอก เพื่อทำความสะอาดผ้าต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดคราบ และกำจัดกลิ่นค่ะ

• ทำความสะอาดโซฟาก็ยังได้ ใช้ baking soda ผสมน้ำอุ่นทำความสะอาดโซฟาผ้า และ พรม

ลองดูนะคะ เข้าไปดูบ้านคราวนนี้ลองติด Baking Soda กับน้ำส้มสายชูไปด้วยค่ะ เผื่อจะใช้กำจัดคราบสกปรก และกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกไป และยังไม่ทิ้งสารพิษตกค้าง ปลอดภัยกับคน และสิ่งแวดล้อมด้วยนะคะ



credit: http://www.iurban.in.th/greenery/green-cleaning/

Thursday, November 10, 2011

ความรู้เรื่องท่อและระบบประปา

ความรู้เรื่องท่อและระบบประปา

(Knowledge of piping & plumbing)

# ชนิดของท่อประปา

- ท่อประปาเหล็กอาบสังกะสี

ข้อดี มีความแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี ทนทานต่อแรง กระแทกได้ ไม่หักงอ ทนต่อความดันและอุณหภูมิที่สูงๆ เช่น เครื่องทำน้ำร้อน

ข้อเสีย ราคาค่อนข้างแพง ถ้าใช้ไปนานๆ อาจเกิดสนิม ได้ โดยเฉพาะที่ฝังอยู่ในดิน อาจเป็นอันตราย ถ้านำน้ำในท่อ มารับประทาน

- ท่อประปาพีวีซี (PVC.)

ข้อดี น้ำหนักเบา ราคาถูกกว่า สามารถดัดงอได้ และ ไม่เกิดสนิมน้ำในท่อจะสะอาดกว่า

ข้อเสีย ไม่สามารถทนต่อแรงกระแทกแรงๆ ได้ ไม่ทน ต่อความดันและอุณหภูมิที่สูง

- ชนิดของท่อพีวีซี (PVC.)
ท่อพีวีซี (PVC.) แบ่งตามชนิดการใช้งาน โดยใช้สี ดังนี้

1. ท่อสีเหลือง เป็นท่อสำหรับร้อยสายไฟฟ้า และสาย โทรศัพท์ เพราะสามารถทนต่อความร้อนได้อย่างดี
2. ท่อสีฟ้า เป็นท่อที่ใช้กับระบบน้ำ เช่น น้ำดี น้ำเสีย และการระบาย สามารถทนแรงดันน้ำได้มากน้อยตามประเภท การใช้งาน (มีหลายเกรด)
3. ท่อสีเทา เป็นท่อที่ใช้สำหรับการเกษตร หรือน้ำทิ้ง ก็ได้ ราคาค่อนข้างถูก ไม่ค่อยแข็งแรง ควรจะเดินลอย ไม่ควร ฝังดิน

วิธีการ เดินท่อประปา

โดยทั่วไปแล้วการเดินท่อประปาภายในบ้าน จะมีอยู่ 2 ชนิด คือ

1. การเดินท่อแบบลอย คือ การเดินท่อติดกับผนัง หรือวางบนพื้น การเดินท่อแบบนี้จะเห็นได้ชัดเจน สามารถ ซ่อมแซมได้ง่าย เมื่อเกิดปัญหา แต่จะดูไม่สวยงาม

2. การเดินท่อแบบฝัง คือ การเจาะสกัดผนัง แล้ว เดินท่อ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ฉาบปูนทับ หรือเดินซ่อนไว้ใต้ เพดานก็ได้ ซึ่งจะดูเรียบร้อยและสวยงาม แต่เมื่อมีปัญหาแล้ว จะซ่อมแซมยาก

วิธีการเดินท่อประปาในส่วนที่อยู่ใต้ดิน

การเดินท่อประปาจะมีทั้ง ท่อส่วนที่อยู่บนดิน และบาง ส่วนจะต้องอยู่ใต้ดิน ในส่วนที่อยู่บนดิน อาจใช้ท่อ PVC. หรือท่อเหล็กชุบสังกะสี (GAVANIZE) ก็ได้ แต่สำหรับท่อ ที่อยู่นอกอาคาร โดยเฉพาะท่อที่อยู่ใต้ดิน บริเวณใต้อาคาร ควรใช้ท่อ PE ท่อชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการบิดงอโค้งได้ ในกรณีเดินผ่านเสาตอม่อ หรือคานคอดิน สำหรับท่อธรรมดา จะมีข้อต่อมากซึ่งเสียงต่อการรั่วซึม และที่สำคัญเมื่อมีการทรุด ตัวของอาคาร หากเป็นท่อ PVC. หรือท่อเหล็กชุบสังกะสี จะ ทำให้ท่อแตกร้าวได้ แต่ถ้าเป็นท่อ PE จะมีความยืดหยุ่นกว่า ถึงแม้จะมีราคาที่สูง แต่ก็คุ้มค่า เพราะถ้าเกิดการรั่วซึมแล้วจะ ไม่สามารถทราบได้เลย เพราะอยู่ใต้ดิน

วิธีการใช้สต๊อปวาล์ว เมื่อติดตั้งสุขภัณฑ์

โดยทั่วไปการติดระบบ ประปากับสุขภัณฑ์ เพียงต่อท่อ น้ำดีเข้ากับตัวเครื่องสุขภัณฑ์ก็สามารถใช้งานได้แล้ว แต่ถ้าเกิด ปัญหาที่จะต้องการซ่อมแซม ก็จะต้องปิดมิเตอร์น้ำด้านนอก เพื่อหยุดการใช้น้ำ ซึ่งจะทำให้ภายในบ้านทั้งหมดไม่สามารถใช้ น้ำได้ ทางออกที่ดีก็คือ ให้เพิ่มสต๊อปวาล์วในบริเวณส่วนที่จ่าย น้ำเข้ากับสุขภัณฑ์ เพื่อที่เวลาทำการซ่อมแซม สามารถที่จะปิด วาล์วน้ำได้ โดยที่น้ำในห้องอื่นๆ ก็ยังสามารถใช้งานได้

วิธีการตรวจสอบระบบประปา

ตรวจ สอบอุปกรณ์ภายในบ้าน โดยปิดก็อกที่มีอยู่ ทั้งหมดแล้วสังเกตที่มาตรวัดน้ำ ถ้าตัวเลขเคลื่อน แสดงว่า มีการรั่วไหลเกิดขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการรั่วซึม หรือมีอุปกรณ์ บางอย่างแตกหักหรือชำรุด ก็จัดการหาช่างมาแก้ไขให้เรียบ ร้อย นอกจากภายในบ้านแล้วยังสามารถตรวจสอบการรั่ว ไหลของน้ำในเส้นท่อที่อยู่นอกบ้าน โดยสังเกตพื้นดินบริเวณ ท่อแตกรั่วนั้น จะมีน้ำซึมอยู่ตลอดเวลา และบริเวณนั้นจะ ทรุดตัวต่ำกว่าที่อื่น นั่นคือสาเหตุที่ทำให้น้ำประปาไหลอ่อน

รู้ให้ครบ ระบบน้ำใช้



ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำประปา

- แนะนำการใช้น้ำประปาในภาวะน้ำท่วม
http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/situations/25260
http://www.mwa.co.th/2010/ewt/mwa_internet/ewt_news.php?nid=5462&filename=Template_Design_Template_department_01

- การแก้ปัญหาน้ำประปาเหลือง
http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/situations/25060

- การทำน้ำสะอาดด้วยตนเอง สำหรับบ้านเรือน
http://www.eng.chula.ac.th/?q=node/3847

- การผลิตน้ำสะอาดสำหรับใช้ (เท่านั้น) ด้วยตนเองในสภาวะน้ำท่วม
http://www1.eng.chula.ac.th/?q=node/3821

- รับมือกับขยะ เพื่อลดการระบาดของเชื้อโรคในช่วงน้ำท่วม
http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/news_thaihealth/25232

Sunday, November 6, 2011

เทคนิคซ่อมบ้านด้วยวิธีง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

เทคนิคง่ายๆ ที่ใครๆในบ้านก็ทำได้ ครั้งนี้เรานำเสนอ "วิธีการซ่อมแซมบ้านด้วยฝีมือคุณเองในแบบวิธีง่ายๆ"

เทคนิคซ่อมบ้านด้วยวิธีง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง
(Do It Yourself - Home Repair)

การซ่อมผนังฉาบปูนที่แตกร้าว

ผนังฉาบปูนที่แตกร้าว มักเกิดขึ้นภายหลังการก่อสร้างเสมอ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากคานไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ซึ่งทำให้คานหย่อนลงมา แล้วกดผนังก่ออิฐให้แตกร้าว , อาจเกิดจากส่วนผสมของปูนไม่สม่ำเสมอ , ปูนฉาบหนาไม่พอ , วัสดุก่อสร้างเสื่อมคุณภาพ หรือการปล่อยให้ปูนสูญเสียน้ำหลังจากการฉาบ เป็นต้น วิธีแก้ไขทำได้โดย

1. ให้สกัดผิวที่ร้าวกว้างอย่างน้อย 1/2 นิ้ว โดยให้ลึกถึงผิวอิฐ

2. หลังจากนั้นทำความสะอาดรอยสกัด แล้วราดน้ำให้ชุ่ม

3. ฉาบปูนทราย แล้วแต่งผิวให้เรียบ หากผนังมีน้ำซึมควรใช้วัสดุกันซึม เช่น น้ำยาอีพ็อกซี เป็นต้น

4. ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วทำการทาสีเพื่อปกปิดรอยซ่อม

การซ่อมพื้นคอนกรีตที่แตกร้าว

มักพบอยู่เสมอ สำหรับบ้านพักอาศัย หรือสำนักงานที่เทพื้นคอนกรีต ลักษณะการแตกคือ จะเป็นเส้นเล็กๆ คล้ายตาข่ายแบบสังคโลก ลักษณะเช่นนี้ไม่ทำให้พื้นเสียกำลังแต่จะทำให้ความสวยงามลดลง ส่วนรอย ร้าวที่ลึกลงไปจากผิวมากนั้น ควรให้ความสนใจอย่างมากว่าเกี่ยวข้องกับการส่วนโครงสร้างที่รับกำลังหรือไม่ เพราะจะ ทำให้เกิดการยุบพังลงได้ รอยแตกที่ไม่เกี่ยวข้องกับส่วนที่เป็นโครงสร้างของอาคารนั้น เราสามารถซ่อมแซมกันเองได้

1. ให้สกัดตามรอยร้าวลึกเข้าไปจากรอยเส้นประมาณ 1-2 นิ้ว

2. จากนั้นปัดฝุ่นที่สกัดออกให้หมด แล้วราดน้ำให้ชุ่ม ทิ้งผิวให้แห้ง

3. ผสมปูนทราย อัตราส่วน 1 ต่อ 2 โดย ปูน 1 ส่วน ทราย 2 ส่วนให้เข้ากันทิ้งไว้ให้หมาด

4. ฉาบปูนที่รอยแตก แต่ถ้ารอยแตกเป็นเส้นให้ใช้ปูนทราย

5. สุดท้ายแต่งผิวให้เรียบ ทิ้งไว้ให้แห้ง

การซ่อมกระเบื้องห้องน้ำ

วิธีการซ่อมกระเบื้องห้องน้ำคือ

1. เตรียมผิวที่แตกโดยการนำสกัดปากแบน ค่อยๆสกัดให้ปูนเก่าออกให้หมดโดยรอบ ควรระวังไม่ให้กระเบื้องแผ่น อื่นหลุดออกมาอีก

2. จากนั้นทำความสะอาดผิว แล้วพรมน้ำให้ชุ่มทิ้งใว้หมาด

3. นำปูนทรายอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ปาดใส่ส่วนที่สกัด

4. นำกระเบื้องที่ได้ทำการเลือกให้เข้ากับลวดลายหรือสีเดิมมาแปะลงไป ( แต่ก่อนทำการแปะควรแช่น้ำไว้ประมาณ 1 ชั่ว โมงก่อน )



การซ่อมพื้นปาเก้โมเสดไม้

ส่วนใหญ่เมื่อเกิดน้ำท่วมขึ้น จะทำให้ปาเก้หลุดร่อนเกิดความเสียหาย บางครั้งอาจจะหลุดร่อนทั้งพื้น หากเกิดเหตุการณ์เช่น นั้นควรให้ช่างมาตีราคาเพื่อซ่อม ไม่ควรคิดจะซ่อมเอง แต่หากเกิดการหลุดร่อนแค่ไม่กี่ชิ้นเราก็พอจะซ่อมแซมเองได้

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ปาเก้หลุดร่อนมีดังนี้

1. เนื่องจากติดกาวไม่อยู่ หรือไม่ค่อยแน่น คือ เรียบขัดก่อนกาวแห้ง หรือทากาวไม่สม่ำเสมอ

2. มีน้ำขังบนพื้น เป็นเวลานานทำให้ไม้พองตัวโก่งตัวขึ้นมา

3. ปลวกกินไม้ ทำให้ไม้เป็นแอ่ง ไม่เรียบ หรือเป็นรอย ไม่สวยงาม

วิธีการซ่อมแซม ให้ทำดังนี้

1. ให้สำรวจว่าใช้ปาเก้ไม้ชนิดใด เช่น ไม้แดง ไม้สัก ไม้มะค่า หรือไม้เนื้อแข็งธรรมดา จัดซื้อใหม่ตามร้านรับปูปาเก้

2. เตรียมชิ้นไม้ให้แห้ง ซื้อกาวลาเท็กซ์หรือหากาวติดไม้มาใช้

3. เตรียมพื้นสำหรับการติดกาว โดยใช้สกัดปากแบนหรือไขควงเก่าๆ ขูดเอาเศษกาวเก่าออกให้หมดปัดฝุ่นให้สะอาด

4. ทากาวลาเท็กซ์ที่เตรียมไว้ป้ายให้หนาประมาณ 1-2 มิลลิเมตร นำชิ้นไม้ที่หลุดมานั้นสอดไว้ที่เดิม ค่อยๆ กด และ เคาะเบาๆ โดยต้องรักษาระดับผิวของไม้ให้เท่าเดิม

5. จากนั้นทิ้งไว้ให้กาวแห้งสนิท อย่างน้อย 15 วัน

6. นำกระดาษทรายเบอร์ 0 ที่ละเอียดมาขัดตามรอยต่อ ให้ชิ้นไม้เสมอกัน นำน้ำมันวานิชผสมทินเนอร์ทาบาง ๆ 2-3 ครั้งจนกระทั่งได้ระดับแล้วขัดด้วยกระดาษทรายอีกครั้งจบเรียบ

7. นำดินสอพองผสานแชลแลคตามสีที่ย้อมให้เหมือนกับของเดิม อุดเสี้ยนพอแห้งแล้วขัดกระดาษทรายอีกครั้ง ทาแชลแลคสีเดิม ย้อมผิวก่อน เอากระดาษทรายลูบแล้วจึงผสมน้ำมันเคลือบผิวไม้กับทินเนอร์ให้ใส ..เป็นอันเสร็จ

การซ่อมผิวเฟอร์นิเจอร์ด้วยเลคเกอร์

สำหรับผู้ที่มีเฟอร์นิเจอร์เก่า แล้วมีความสนใจที่ซ่อมแซมให้ดูใหม่ เช่นอยากให้ความเงางามเช่นเดิมแก่โต๊ะ เก้าอี้ จะต้องเตรียมอุปกรณ์ ดังนี้ เลคเกอร์ โดยประมาณจำนวนโดยคิดเทียบจาก เก้าอี้ 5 ตัวและโต๊ะอาคาร 1 ตัวใช้เลคเคอร์ประมาณ 1/2 แกลลอน ทินเนอร์ 1 แกลลอน กระดาษทรายเบอร์ 0 ประมาณ 12 แผ่น แปรงขนกระต่ายหรือแปรงทาแชลแลคสัก 2-3 อัน ชาม โลหะเคลือบสัก 2 ใบ หลังจากเตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้วเริ่มซ่อมดังนี้

1. ให้ขัดกระดาษทรายให้ผิวเดิมหลุดออกให้มากที่สุด เพราะถ้าทาทับลงไปจะทำให้ผิวไม้ด่างแก้ไขยาก

2. แล้วผสมเลคเคอร์ลงในชามเคลือบอย่าให้ข้นมาก ทาลงไปก่อน 1 เที่ยว

3. ทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 30 นาที แล้วลูบดูหากผิวขรุขระหรือหยาบอยู่ให้ใช้กระดาษทรายขัดอีกาครั้งจนผิวเรียบ

4. ทาเลคเคอร์เป็นครั้งที่ 2 ทิ้งไว้ให้แห้ง

5. ทาเลคเคอร์เป็นครั้งที่ 3 บริเวณที่ต้องการให้ผิวมันเป็นพิเศษทิ้งไว้ให้แห้ง


credit: http://www.homeexpert.in.th

Friday, November 4, 2011

วิธีการจัดการ ซ่อมแซม ฟื้นฟู ดูแลบ้าน "บ้านหลังน้ำท่วม" เกี่ยวกับ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา อุปกรณ์ไฟฟ้า พื้นไม้ปาเก้ และผนังบ้านชนิดต่างๆ (ตอนที่ 2)

# การซ่อมแซมประตู หลังน้ำท่วม

ประตูต่างๆ เมื่อถูกน้ำแช่อยู่นานๆ ก็จะบวมขึ้น หรือไม่ก็จะเกิดเป็นสนิม มีวิธีแก้ไขคือ

• ประตูไม้ เมื่อโดนแช่น้ำก็จะบวมและผุพัง มีวิธีแก้ก็โดยทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วซ่อมแซมส่วนที่ผุให้เรียบร้อยแล้วจึงทาสีใหม่ แต่ถ้าผุมาก ก็ควรจะเปลี่ยนเลย

• ประตูเหล็กที่ขึ้นสนิม ก็ใช้กระดาษทรายขัดสนิมออกให้หมด เช็ดให้สะอาดแล้วจึงทาสีใหม่ โดยอย่าลืมทาสีกันสนิมก่อน แต่อย่าลืมดูรอยต่อต่างๆ โดยเฉพาะที่เป็นท่อโครงเหล็กว่า มีน้ำหลงเหลืออยู่เหลือเปล่า ต้องให้แห้งจริงๆ ก่อนจึงจะทาสีได้

• ประตูพลาสติก ส่วนใหญ่จะทนน้ำได้ แต่ให้ระวังอาการที่มีน้ำขังสกปรก ให้หาวิธีเช็ดซับน้ำออก หรือเจาะรูให้น้ำออก

ทีนี้เวลาที่ ประตูบวมน้ำ หรือมีน้ำขังข้างใน จะทำให้น้ำหนักมากและประตูเอียง จากบานพับรับน้ำหนักไม่ไหว หาลิ่มมายันไว้ก่อนให้ใกล้เคียงปกติ แล้วพยายามทำให้แห้งที่สุด จากนั้น ถ้ายังเอียงอยู่ จะไขน็อตเพิ่มหรือเปลี่ยนบานพับก็ตามสมควรครับ

# การซ่อมแซม บานพับ ลูกบิด และรูกุญแจหลังน้ำท่วม

อุปกรณ์ต่างๆ เช่น บานพับ ลูกบิด และรูกุญแจ ทำด้วยโลหะ เมื่อโดนน้ำท่วมย่อมมี ปัญหาตามมา มีวิธีแก้ไข คือ

• เช็ดให้แห้งสนิท ขัดส่วนที่เป็นสนิมออกให้หมด ใช้พวกน้ำยาหล่อลื่นชโลมตามจุดรอยต่อและรูต่างๆ ให้ทั่ว

• อย่าใช้จาระบี หรือพวกขี้ผึ้งทา เพราะจะทำให้ความชื้นระเหยออกไม่ได้ จะทำให้ฝังอยู่ข้างใน และจะเป็นปัญหาในภายหลัง

• ถ้ายังใช้การไม่ได้ ก็ลองทำตามวิธีที่ว่านี้หลายๆ ครั้ง ถ้ายังมีปัญหา ก็ควรจะต้องถอดออก แล้วซื้อมาเปลี่ยนใหม่

# ซ่อมแซมสีทาบ้านหลังน้ำท่วม

การซ่อมแซมสีทาบ้านทั้งภายนอกและภายใน ควรเป็นสิ่งสุดท้ายในการแก้ไขปรับปรุงบ้าน เพราะเป็นเรื่องของเวลาที่ต้องปล่อยทิ้งให้ความชื้นหรือน้ำในตัววัสดุ ระเหยออกไปให้ได้มากที่สุดครับ มิฉะนั้นท่านทาสีทับไปดีอย่างไร ก็จะเกิดอาการหลุดล่อนในที่สุดครับ

• ข้อควรคิดสำหรับการซ่อมแซมสี คือ ปัญหาสีลอก สีล่อนไม่ได้เกิดจากคุณภาพของสีแต่เกิดจากความไม่พร้อมของพื้นผิวที่ทาสี หากพื้นผิวที่ทาสีมีความชื้นหรือสิ่งสกปรกติดอยู่ทาสีทับอย่างไรสีก็จะ ล่อนออกมาอยู่ดีครับ

• ข้อพึงกระทำเวลาซ่อมสี คืออย่างเพิ่งรีบทาสี ให้ทำความสะอาดลอกสีเดิมทิ้งออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (เฉพาะที่มีปัญหานะครับ) แล้วทิ้งไว้นานๆ หลายๆ เดือนอาจรอจนถึงหน้าร้อนปีหน้าแล้วค่อยทาสีตามกรรมวิธีของผู้ผลิตก็ไม่สาย

# การซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์หลังน้ำท่วม

การซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ก็คล้ายๆ กับการซ่อมแซมพวกประตู หน้าต่าง พื้น หรือฝ้า เพดาน มีวิธีดังนี้

• พยายามเอาความชื้นออกจากเฟอร์นิเจอร์ให้มากที่สุด

• พวกประเภทที่บุด้วยนุ่นหรือฟองน้ำ ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนเลย เพราะน้ำจะพาเอาเชื้อโรคมาติดอยู่ ถึงจะตากแดดให้แห้ง เชื้อโรคก็ยังมีอยู่

• เฟอร์นิเจอร์ที่ติดกับที่ ที่เรียกว่า "Built in" ต้องตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง และสายไฟที่ฝังอยู่ในตู้ รวมถึงทำความสะอาดรูกุญแจและลูกบิด

• ส่วนเฟอร์นิเจอร์ไม้ ไม่ควรนำไปตากแดด เพราะจะทำให้บิดงอได้ และถ้าจะทาสีใหม่ ควรรอให้แห้งสนิทก่อน มิฉะนั้นจะลอกได้

# ทำความสะอาดพรมหลังน้ำท่วม

• ใช้สายยางฉีดน้ำแรงๆ เผื่อไล่สิ่งติดค้าง สิ่งสกปรกออกไป

• รีดน้ำที่ขังอยู่ในพรมออกไป โดยการใช้อุปกรณ์ที่กดรีดได้ หรือม้วนบีบ (อย่าบีบแรงเกิน เดี๋ยวเนื้อพรมจะรวน)

• ใช้แชมพูสระผมเด็กในการทำความสะอาด ควรทำความสะอาดพรมแล้วล้างออก จนกระทั่ง น้ำล้างใสสะอาด

• ผึ่งแดดให้แห้ง


# ทำความสะอาดเตียงนอนหลังน้ำท่วม

เตียงนอน ถ้าจมน้ำละก้อ กลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวในการทำความสะอาดอย่างมาก แต่ถ้าคุณอยากจะนำมันกลับมาใช้ต้องพยายามกันหน่อย

• ตากแดดให้แห้ง โดยพลิกคว่ำไว้ ตีแรงๆหลายๆครั้ง (ไล่น้ำ ไล่ฝุ่นออก)

• ทำความสะอาดขจัดคราบเปื้อนต่างๆ ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคแล้วผึ่งแดดอีกครั้ง

• ฉีดสเปรย์ดับกลิ่น แล้วใช้ผ้าปูรองนอน

# ขจัดความชื้นในบ้านหลังน้ำท่วมให้ได้มากที่สุด

ข้อสุดท้าย อย่าลืมนะครับว่า หัวใจของการซ่อมบ้าน ดูแลบ้าน ส่วนหนึ่งคือ การขจัดความชื้นออกจากบ้าน และเฟอร์นิเจอร์ และส่วนประกอบต่างๆของบ้าน โดยเร็ว เพราะยิ่งชื้อนานก็จะเป็นแหล่งเพาะเชื้อ และรา ได้

• เปิดหน้าต่าง ประตูระบายและถ่ายเทอากาศให้ได้มากที่สุด

• ตู้ที่เปียกก็เปิดทิ้งไว้ ให้ระบายความชื้นเช่นกัน

• ใช้พัดลม เปิดแอร์ (โหมดพัดลม)ก็ได้ จะเป็นการระบายความชื้นได้ครับ

• ใช้สารดูดความชื้น (แบบเดียวกับที่มาใน ห่อขนม ห่อสาหร่าย หรือกล่องรองเท้าน่ะครับ)

• ถ้าเร่งให้แห้งเร็ว ก็ใช้พวกไดร์เป่าผมกับส่วนที่ต้องการให้แห้งเร็ว

# ขจัดเชื้อโรคเชื้อราหลังน้ำท่วม


• สำหรับพื้น เก้าอี้ เครื่องไม้เครื่องมือ เตาอบ ผนังบ้าน สามารถใช้น้ำยาประเภทล้างครัวเรือน ผนังห้องน้ำ (bleach) ได้ เพื่อขจัดเอาเชื้อโรค เชื้อราที่ฝังตัวออกไป

• สำหรับเสื้อผ้าที่จมน้ำท่วม ซักผ้าแล้วลวกน้ำร้อนด้วยเลย

• สำหรับจานชามช้อนให้ล้างด้วยน้ำยาล้างจานใหม่หมด

• ที่สำคัญระหว่างทำความสะอาดสิ่งของเหล่านั้น หลีกเลี่ยงการสัมผัสสูดดม (ทั้งเชื้อโรค และสารเคมีน้ำยาที่ใช้) ด้วยการใส่ถุงมือ และหน้ากาก


» วิธีการจัดการ ซ่อมแซม ฟื้นฟู ดูแลบ้าน "บ้านหลังน้ำท่วม" เกี่ยวกับ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา อุปกรณ์ไฟฟ้า พื้นไม้ปาเก้ และผนังบ้านชนิดต่างๆ (ตอนที่ 1)


credit: หนังสือ "บ้านหลังน้ำท่วม" โดย คุณยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์
ที่มา http://www.beat2010.net , http://news.mthai.com

image credit: http://www.homedecorthai.com

Monday, October 31, 2011

วิธีการจัดการ ซ่อมแซม ฟื้นฟู ดูแลบ้าน "บ้านหลังน้ำท่วม" เกี่ยวกับ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา อุปกรณ์ไฟฟ้า พื้นไม้ปาเก้ และผนังบ้านชนิดต่างๆ (ตอนที่ 1)

ผู้ที่ประสบภัยจากน้ำท่วมกันปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคอีสานและภาคกลางที่ยังเจอสภาพปัญหาดังกล่าวอยู่ ภาครัฐก็ต้องใช้เวลาฟื้นฟูสภาพชุมชน สาธารณูปโภคให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว นอกเหนือจากการบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าจากการช่วยเหลือบริจาคเงินและสิ่งของแล้ว ในเวลาต่อมาหลังจากน้ำลดเราก็ต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยของตนเองเพื่อการดำเนินชีวิตต่อไป

มีเนื้อหาดีๆ จากหนังสือ “บ้านหลังน้ำท่วม” ซึ่งเขียนขึ้นโดย คุณยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ สถาปนิกอาวุโส และอดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ เพื่อแนะนำแนวทางง่ายๆ ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของท่านหลังจากน้ำท่วมมาบอกเล่าให้ทราบกันเป็นประเด็นดังนี้


# ตรวจสอบระบบไฟฟ้าหลังน้ำท่วม

ขณะน้ำท่วมทุกบ้านคงจะปิดวงจรไฟฟ้าหรือคัทเอ้าท์ทั่วทั้งบ้าน ทำให้ไม่มีกระแสไฟฟ้าเดินในระบบ ซึ่งลดอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัย และแก้ปัญหาจากไฟฟ้าลัดวงจรได้อย่างแน่นอน แต่เมื่อน้ำลดลงควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านของท่านดังนี้

• เปิดคัทเอ้าท์ให้มีกระแสไฟฟ้าเข้ามา ถ้าปลั๊กหรือจุดใดจุดหนึ่งในระบบยังเปียกชื้นอยู่ คัทเอ้าท์จะตัดไฟและฟิวส์จะขาดให้เปลี่ยนฟิวส์แล้วทิ้งไว้ 1 วันให้ความชื้นระเหยออกไปแล้วลองทำใหม่ หากยังเป็นเหมือนเดิมคงต้องตามช่างไฟมาแก้ไขดีกว่าเสี่ยงชีวิต

• เมื่อทดสอบผ่านขั้นตอนแรกไปแล้ว ลองทดสอบเปิดไฟฟ้าทีละจุดและทดสอบกระแสไฟฟ้าในปลั๊กว่ามาปกติหรือไม่ด้วยไขควงทดสอบไฟ หากทุกจุดทำงานได้ก็สบายใจได้ หากมีปัญหาอยู่ต้องรอให้ความชื้นระเหยออกก่อน ถ้ายังมีปัญหาก็คงต้องตามช่างมาแก้ไขหรือเปลี่ยนปลั๊ก/ สวิช์เหล่านั้น

• ลองดับไฟทุกจุดในบ้าน ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทั้งหมด แต่ยังเปิดคัทเอ้าท์ไว้แล้งววิ่งไปดูมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้านว่าหมุนหรือไม่ หากไม่เคลื่อนไหวแสดงว่าไฟฟ้าในบ้านเราไม่น่าจะรั่ว แต่ถ้ามิเตอร์หมุนแสดงว่าไฟฟ้าในบ้านท่านอาจจะรั่วได้ ให้รีบตามช่างไฟมาดูแลโดยเร็ว

• หากพอมีงบประมาณสำหรับปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าในบ้านของท่าน แนะนำให้ตัดปลั๊กไฟในระดับต่ำๆ ในบ้านชั้นล่างออกให้หมด (ถ้าคิดว่าน้ำท่วมอีกแน่ๆ ) แล้วปรับตำแหน่งปลั๊กไฟไปอยู่ที่ระดับประมาณ 1.10 เมตร หลังจากนั้นควรแยกวงจรไฟฟ้าออกเป็น 2-3 วงจร คือ

1. วงจรไฟฟ้าสำหรับบ้านชั้นล่าง (ที่น้ำอาจท่วมถึง)
2. วงจรไฟฟ้าสำหรับบ้านชั้นบนขึ้นไป (ที่น้ำท่วมไม่ถึง)
3. วงจรสำหรับเครื่องปรับอากาศ การกระทำดังกล่าวจะทำให้ท่านควบคุมการเปิด-ปิดวงจรไฟฟ้าในบ้านได้อย่างอิสระ และง่ายต่อการซ่อมแซมบำรุงรักษา

# ตรวจสอบระบบประปาหลังน้ำท่วม

เป็นอีกระบบที่มีความสำคัญเพราะเกี่ยวกับสุขอนามัยของผู้อยู่อาศัย มีแนวทางตรวจสอบระบบประปาในบ้านหลังน้ำท่วมดังนี้

• ถ้ามีบ่อเก็บน้ำใต้ดิน หรือถังเก็บน้ำในระดับน้ำท่วมถึง พึงระลึกเสมอว่าน้ำที่ท่วมเป็นน้ำสกปรกเสมอ ดังนั้นควรล้างทำความสะอาดถังน้ำ และบ่อน้ำให้สะอาดเพื่อความปลอดภัยของท่านและสมาชิกในบ้าน โดยไม่เสียดายน้ำ แล้วจึงปล่อยน้ำประปาใหม่ลงเก็บไว้ใช้งานอีกครั้งหนึ่ง

• บ้านที่มีระบบปั๊มน้ำควรตรวจสอบอุปกรณ์ปั๊มน้ำ และถังอัดความดันว่าใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่ โดยพิจารณาเสียงเครื่องทำงาน ดูแรงดันน้ำในท่อว่าแรงเหมือนเดิม (ก่อนน้ำท่วม) หรือไม่ หลังจากนั้นตรวจสอบดูว่าถังอัดความดันทำความดันได้ดีเหมือนเดิมหรือไม่ หากมีความผิดปกติควรตรวจสอบด้วยการแกะ แงะ ไข ว่ามีเศษผง สิ่งสกปรกเข้าไปอุดตัน กีดขวางการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้หรือไม่

• หากปั๊มน้ำที่บ้านท่านถูกน้ำท่วม ให้เดาไว้ก่อนว่าน่าจะเสียหายและหากใช้งานต่อไปเลยอาจเกิดอันตรายจากความชื้นในมอเตอร์ได้ ควรเรียกหาช่างมาทำให้แห้งเสียก่อนตามกรรมวิธีทางเทคนิค (ที่ไม่ใช่นำไปตากแดดแบบเนื้อเค็ม) เพื่อลดความเสี่ยงจากเพลิงไหม้ในตัวมอเตอร์ได้

# ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าหลังน้ำท่วม

อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ได้แก่เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า มอเตอร์ และอาจรวมไปถึงรถยนต์ก็ได้ เป็นเครื่องจักรกลที่เราท่านไม่น่าประมาท หรือหาทางแก้ไขซ่อมแซมเอง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าเพิ่งใช้เด็ดขาด เพราะอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้เมื่อโดนน้ำท่วม ก็แสดงว่าน้ำไหลเข้าไปในเครื่องเรียบร้อยแล้ว เราไม่มีทางรู้เลยว่าเจ้าอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านี้จะป่วยไข้ เสียหายแค่ไหน การนำไปตากแดดแล้วมาใช้งานต่อเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อชีวิตท่าน และอัคคีภัยในบ้านท่านมากจากการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องกลของเครื่องเหล่านั้น แต่ถ้าหากจะยังใช้งานจริงๆ ก็มีข้อแนะนำดังนี้คือ

• ตลอดเวลาที่ใช้ต้องมีคนอยู่ด้วยเสมอ เผื่อเวลาฉุกเฉินจะได้ปิดเครื่อง ดึงปลั๊กได้ทันที

• ที่ Cut out ไฟฟ้าหลักของบ้านท่าน ต้องมีฟิวส์คุณภาพติดตั้งเสมอ หากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรเมื่อใด ต้องแน่ใจว่าวงจรไฟฟ้าจะถูกตัดออกทันที

• เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ ต้องรีบนำไปแก้ไขซ่อมแซมโดยช่างผู้รู้ทันที

# ซ่อมพื้นไม้ปาเก้หลังน้ำท่วม

ถ้าพื้นบ้านของท่านเป็นไม้ปาเก้ แล้วถูกน้ำท่วมก็ต้องเข้าใจไว้นิดหน่อยนะว่า ปาเก้หรือไม้แผ่นชนิดนี้อยู่ได้ด้วยกาวติดกับพื้นคสล.(ย่อมาจาก คอนกรีตเสริมเหล็ก) จึงแพ้น้ำ(ท่วม)อย่างแรง เพราะไม้จะบวมน้ำและหลุดล่อนออกมาในที่สุดเป็นเรื่องธรรมดา บางทีหากน้ำท่วมเป็นเวลานานๆ ก็อาจเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์แถมมาให้อีกด้วย มีวิธีตรวจสอบแก้ไขดังนี้

• หากปาเก้เปียกน้ำเล็กน้อยไม่ถึงกับหลุดล่อนออกมา แค่เช็ดทำความสะอาดแล้วเปิดประตู หน้าต่างปล่อยให้แห้งโดยให้อากาศถ่ายเทความชื้นออกไป ปาเก้จะเป็ฯปกติได้ไม่ยาก แต่ระวังว่าเมื่อปาเก้ยังชื้นอยู่ไม่ควรเอาสารทาทับหน้าไปทาทับ เนื่องจากจะไปเคลือบผิวไม่ให้ความชื้นในเนื้อไม้ระเหยออกมา

• หากปาเก้มีอาการบิดงอ ปูดโปน เบี้ยวบูด กรุณาเลาะออกมาทันที และหากยังอยู่ในสภาพดีก็ผึ่งลมให้แห้งอาจนำมาใช้ประโยชน์ได้

• หากท่านจะซ่อมแซมพื้นใหม่ ด้วยการเอาวัสดุปูพื้นชนิดใหม่ที่คงทนถาวรทนน้ำได้มากกว่า เช่น กระเบื้อง หรือหินอ่อน แกรนิต เหล่านี้ ต้องระวังอย่างยิ่งเรื่องน้ำหนักวัสดุที่จะปูทับหน้าว่าโครงสร้างเดิมจะรับน้ำหนักได้หรือไม่ ไม่ควรทำไปดื้อๆ เลยเพราะบ้านท่านอาจเสียหายได้

• หากรื้อหรือซ่อมแซมแล้ว ต้องการปูปาเก้แบบเดิม หรือใช้วัสดุอื่นที่ใช้กาวเป้นตัวประสานเช่นกัน เช่น กระเบื้องยาง อย่าปูทับทันที ต้องรอให้พื้นคอนกรีตแห้งเสียก่อนแล้วจึงปูลงไปได้ ไม่เช่นนั้น ถึงน้ำไม่ท่วมรับรองว่าล่อนออกมาอีกแน่นอน

# ซ่อมผนังบ้านหลังน้ำท่วม

ผนังบ้านเรือนหากแช่น้ำไว้นานๆ ก็อาจมีการเสียหายไปบ้าง โดยเฉพาะพวกผนังสำเร็จรูปที่มีน้ำหนักเบาทั้งหลาย ลองมาดูวิธีแก้ไขกัน

• ผนังไม้ ปกติไม้จะไม่เสียหายเมื่ออยู่ใต้ระดับน้ำ แต่มักผุกร่อนในจุดที่มีน้ำขึ้น น้ำลง ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อน้ำลดให้เอาผ้าเช็ดทำความสะอาด ขจัดคราบสกปรกออกเพื่อสุขภาพคนในบ้าน เพื่อให้ผิวไม้ระเหยความชื้นออกไปได้ เมื่อแน่ใจว่าผนังแห้งดี แล้วให้ใช้น้ำยารักษาเนื้อไม้ทาชะโลมลงที่ผิว (ต้องแน่ใจว่าแห้งแล้วจริงๆ มิฉะนั้นอาจเกิดการเน่าได้เนื่องจากความชื้นระเหยไม่ออก) การทาสีหรือยารักษาเนื้อไม้อาจทำภายในก่อนก็ได้เพื่อความสวยงามในการอยู่อาศัย แล้วรออีกสักพัก (3-4 เดือน) จึงทาภายนอกอีกทีเพราะผนังภายนอกน่าจะแห้งสนิทดีแล้ว

• ผนังก่ออิฐฉาบปูน ให้ดำเนินการเหมือนกับผนังไม้ แต่ต้องทิ้งระยะเวลานานกว่าเนื่องจากผนังอิฐจะมีมวลสารและการเก็บกักความชื้นในตัววัสดุได้มากกว่าไม้ จึงต้องใช้เวลาระเหยความชื้นออกไปนานกว่า

นอกจากนี้หากผนังปูนเหล่านี้มีสายไฟฟ้า ท่อไฟฟ้า ท่อน้ำฝังหรือเดินลอยไว้ก็ต้องใช้วิธีเดียวกับเนื้อหาตอนที่แล้ว ตรวจสอบระบบของอุปกรณ์เหล่านั้นให้อยู่ในสภาพเดิมไปพร้อมกันด้วย

• ผนังยิบซั่มบอร์ด เนื่องจากวัสดุชนิดนี้เป็นแผ่นผงปูนยิบซั่มที่หุ้มด้วยกระดาษอย่างดี แต่ไม่ว่าจะดีเพียงใดเมื่อเจอกับน้ำ(ท่วม) แล้วก็คงไม่น่าจะมีชีวิตต่อไปได้ ดังนั้นให้แก้ไขโดยเลาะเอาแผ่นชนิดนี้ที่โดนน้ำท่วมออกจากโครงเคร่าแล้วค่อยหาแผ่นใหม่มาติด ยาแนว ทาสีทับใหม่ก็เรียบร้อยใช้งานได้เหมือนเดิม พึงระวังเล็กน้อยสำหรับโครงเคร่าผนังที่เป็นไม้ ต้องรอให้ความชื้นในโครงเคร่าระเหยออกไป หรือให้ไม้แห้งเสียก่อนจึงติดผนังเข้าไปใหม่ แต่ถ้าเป็นโครงเคร่าโลหะแบบที่นิยมใช้ในปัจจุบันคงไม่มีปัญหา

• ผนังโลหะ/กระจก วัสดุเหล่านี้โดยตัวเนื้องวัสดุคงไม่มีความเสียหาย เพียงแค่ทำความสะอาดขัดถูก็จะสวยงามเหมือนเดิม แต่ควรระวังเรื่องรอยต่อว่ามีคราบน้ำ เศษผง สิ่งสกปรกติดฝังอยู่บ้างหรือไม่ หากมีก็ให้ทำความสะอาดเสียให้เรียบร้อย เนื่องจากคราบน้ำ ความสกปรกอาจทำให้วัสดุยาแนวเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด

# การซ่อมวอลล์เปเปอร์หลังน้ำท่วม

เมื่อน้ำท่วมบ้านที่มีผนังบุด้วย วอลล์เปเปอร์ มีวิธีแก้ไขและซ่อมแซม ดังนี้ วอลล์เปเปอร์จะมีลักษณะคล้ายสี ถ้าโดนความชื้นมากๆ จะลอกหรือร่อน การแก้ไขก็โดยการลอกออกให้หมด เพื่อให้ผนังที่ชื้นสามารถระเหยออกมาได้ โดยรอให้ผนังแห้งจริงๆ ทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ แล้วจึงปิด วอลล์เปเปอร์ทับลงไป อาจจะปิดเองถ้าทำได้ หรือตามช่างมา ก็ได้ ถ้าส่วนไหนขึ้นราหรือเป็นคราบเช็ดไม่ออก ก็สามารถเปลี่ยนแผ่นใหม่ โดยเลือกให้มีลวดลายเหมือนเดิม ก็จะได้ผนังสวยงามเหมือนก่อนน้ำท่วม

# การซ่อมแซมฝ้าเพดานบ้านหลังน้ำท่วม

การซ่อมแซมฝ้าเพดาน จะมีลักษณะคล้ายๆ การซ่อมผนังและพื้นปนกัน มีวิธีการแก้ไขคือ ถ้าเป็นฝ้าเพดานยิปซั่มบอร์ด หรือกระดาษอัด ถ้าเปื่อยยุ่ยมากเพราะอมน้ำ ก็ควรเลาะ ออกแล้วจึงเปลี่ยนแผ่นใหม่เลย ทิ้งไว้ให้ทั้งหมดแห้งสนิทจริงๆ แล้วจึงทาสีทับ

• ถ้าเป็นฝ้าโลหะ ให้เช็ดทำความสะอาดให้แห้ง ถ้าเป็นสนิม ก็ใช้กระดาษทรายขัดออกให้เรียบร้อย แล้วจึงทาสีทับเข้าไปใหม่

• ระบบสายไฟส่วนใหญ่ จะเดินในฝ้าเวลาเปิดฝ้าเข้าไปต้องตรวจดูว่าความเรียบร้อยว่า มีส่วนใดชำรุดหรือเปล่าด้วย

• ถ้าโครงฝ้าเพดานที่เป็นไม้ เกิดการแอ่นหรือทรุดตัว ต้องแก้ไขให้ได้ระดับก่อนการติดตั้งแผ่นฝ้าใหม่


» วิธีการจัดการ ซ่อมแซม ฟื้นฟู ดูแลบ้าน "บ้านหลังน้ำท่วม" เกี่ยวกับ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา อุปกรณ์ไฟฟ้า พื้นไม้ปาเก้ และผนังบ้านชนิดต่างๆ (ตอนที่ 2)


credit:
หนังสือ "บ้านหลังน้ำท่วม" โดย คุณยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์
ที่มา http://www.beat2010.net , http://news.mthai.com

Saturday, October 15, 2011

วิธีการก่อถุงทราย ป้องกันน้ำท่วม

วิธีการก่อถุงทราย ป้องกันน้ำท่วม

(Building Sand Bag for Flood Protection)

1. ขุดร่องก่อนวางถุงทรายเพื่อให้ถุงทรายมั่นคง ไม่เคลื่อนที่

2. ทรายไม่ควรเต็มถุง เพื่อให้ถุงทรายแต่ละถุงแนบกันสนิท

3. วางผ้าพลาสตกผืนใหญ่ใต้ถุงทรายชั้นล่างสุด และวนรอบนอกกองถุงทราย โดยเอาถุงทรายทับอีกที่ชั้นบนสุด

4. ให้วางเป็นปิระมิดและวางสับหว่างกันในแต่ละชั้น

5. ให้หันฝาถุงทรายเข้าไปในบ้าน

6. ให้เดินขึ้นไปเหยียบหลายๆรอบให้ถุงทรายทับกันมากที่สุด

วิธีการก่อถุงทราย ป้องกันน้ำท่วม (Building Sand Bag for Flood Protection)
credit: http://www.pantip.com

Monday, September 26, 2011

เคล็ดลับการทำ "บ้านไม้" ให้ "ไร้ปลวก"

เคล็ดลับการทำบ้านไม้ให้ "ไร้ปลวก"

(Tips to keep your home termite free)


ทำอย่างไรให้ไร้ปลวก สำหรับบ้านไม้?

หลายครอบครัวที่บ้านมีโครงสร้างของไม้ คงเคยปวดหัวกับปัญหาการโดนแทะกินโดย"ปลวก" วันนี้มีเคล็ดลับดีๆทำให้บ้านไม้ไร้ปลวกมาฝาก

การจะกำจัดปลวกซึ่งเป็นปัญหากวนใจอย่างหนึ่งของบ้านไม้ ต้องเริ่มตั้งแต่กำจัดแหล่งกำเนิดของปลวกทำการปิดเส้นทางเข้าออกของปลวก โดยการให้ช่างทำการอัดสารเคมีลงดินให้รอบแนวคานทั้งด้านในด้านนอก ฉีดเคลือบผิวดินทุกตารางนิ้ว รวมทั้งรอบบริเวณบ้านประมาณ 1 เมตร

ถ้าเกิดน้ำยาป้องกันปลวกหมดอายุหรือเสื่อมสภาพลง เราก็สามารถฉีดสารเคมีครั้งที่สองต่อไปได้อีกเมื่อครบระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่ต้องกลัวว่าสารเคมีจะเป็นอันตรายสำหรับคนในครอบครัว เพราะมันจะสลายไปเองตามธรรมชาติ กรณีที่บ้านไหนไม่ได้ทำระบบท่อใต้บ้านไว้ตั้งแต่แรก ให้ทำการตรวจสอบกองดินหรือทางเดินของปลวก หาให้พบจุดที่ปลวกเดินขึ้นมาและทำลายทิ้งด้วยน้ำยาฆ่าปลวก ทิ้งไว้ประมาณ 3 วัน ตรวจสอบดูอีกครั้ง

สิ่งสำคัญที่สุด คือ การเลือกไม้ที่นำมาสร้างหรือใช้งานภายในบ้าน ควรเลือกไม้ที่มีความแข็งแรงหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าไม้เนื้อแข็ง เพราะจะสามารถทนต่อการกัดกินเนื้อไม้ของปลวกได้ เช่น ไม้สัก ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้ประดู่ ฯลฯ ซึ่งถ้าเลือกใช้ไม้เนื้ออ่อนในการก่อสร้าง อาจจะต้องเสียค่าน้ำยาป้องกันปลวกเป็นจำนวนมากในอนาคต

สุดท้ายหมั่นทำการตรวจสอบบริเวณบ้านทุก 1 ปี เพราะหากพบเจอปลวกจะได้จัดการทำลายได้ทัน และถ้าวันไหนพบเห็นแมลงเม่าเป็นจำนวนมาก ห้ามให้แมลงเหล่าบินเข้ามาภายในบ้านเป็นอันขาด เพราะแมลงเม่าคือต้นกำเนิดของปลวก ที่สามารถเข้ามาทำรัง และวางไข่กลายเป็นปลวกที่ทำลายบ้านในอนาคตได้

หมั่นตรวจสอบและทำตามวิธีข้างต้น เพียงเท่านี้บ้านไม้ของทุกคนก็จะปลอดภัยไร้ปลวกมารบกวน



credit: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Wednesday, September 14, 2011

IKEA (อิเกีย) Bangkok, Thailand

IKEA Bangna, Thailand

IKEA, the world’s leading home furnishing company from Sweden, is now coming to Bangkok to set up shop. IKEA works towards creating a better everyday life at home for the many people by offering well-designed, functional home furnishing products at prices so low that as many people as possible can afford them – and still have money left for other things. Today IKEA employs over 135 000 people in 43 countries, but our beginnings were humble, having started in a small town of Sweden, with just a handful of down-to-earth, ordinary people with a passion for home furnishing.

“We shall offer a wide range of well designed, functional Home Furnishing products at prices so low that as many people as possible will be able to afford them.”

Here in IKEA, we have systematically reduced our prices every year so that we will always be on the side of the customer. This has been made possible mainly because we use the full strength of the IKEA concept and the IKEA organisation to purchase in large numbers, using the best supply chain methods to keep prices low. In the store, we request that you, the customer, do your part to shop on your own, and together, we save.

IKEA BANGNA is located on southwestern corner of Bangna-Trad Road and Eastern Ring Road: Bangplee-Suksawat Expressway intersection in Bangkaew District, Samutprakarn Province.

The first IKEA store in Thailand is under way and we look forward to welcoming everyone on 3rd November 2011.


IKEA (อิเกีย)

ในที่สุดแบรนด์สินค้าดังสัญชาติสวีเดน ที่เค้าว่ากันว่าเป็นของดี มีดีไซน์ แต่ราคาสบายกระเป๋าสำหรับชนชั้นกลาง อย่าง IKEA (อิเกีย) แบรนด์ที่จะเข้ามาตีตลาดแข่งกับกับ SB design หรือ Index แม้กระทั่ง MUJI ด้วยของแต่งบ้านนานาชนิด ตั้งแต่ของจุกจิก ไปจนถึงโต๊ะ ตู้ เตียง ฯลฯ

สำหรับผู้คนในยุโรปและอเมริกIKEA's bathroom ห้องน้ำา IKEA คือชื่อที่พวกเขาจะนึกถึงเสมอเมื่อต้องการเติมเต็มบ้านให้สมบูรณ์และอบอุ่น ด้วยเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในลักษณะประกอบชิ้นส่วนด้วยตัวเองหรือที่เรียกว่า DIY (Do It Yourself) โดยเน้นเรื่องของการใช้งานความคิดสร้างสรรค์ และการออกแบบเรียบง่ายอย่างมีสไตล์ สะท้อนความเป็นสวีเดน

และวันนี้ ก็ถึงเวลาที่คนไทยจะได้รู้จัก IKEA ตั้งแต่แนวคิดที่สะท้อนความเป็นสวีเดน ที่เน้นการใช้งานไปพร้อมกับการออกแบบที่เรียบง่าย มีสไตล์ และที่สำคัญ เราคำนึงถึงต้นทุนของผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นเพื่อให้ได้ราคาขายที่ช่วยให้ลูกค้าของเราสานฝันของตัวเองให้สำเร็จง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นองค์กรที่เปิดรับความคิดเห็นของผู้คนทุกระดับ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด

“เราจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านที่มีความหลากหลาย ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นได้รับการออกแบบขึ้นอย่างสร้างสรรค์ ให้ประโยชน์ใช้งานได้ดี ในราคาย่อมเยาที่คนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้” นี่คือแนวคิดของ IKEA

IKEA (อิเกีย) สาขาบางนา เป็นสาขาแรกในประเทศไทยอยู่ระหว่างการก่อสร้าง พร้อมเปิดให้บริการ วันที่ 3 พย. 2554 นี้ ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด ตัดกับถนนวงแหวนรอบนอก และแยกทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ จังหวัดสมุทรปราการ จะตั้งอยู่ภายใน เมกะบางนาเซ็นเตอร์

IKEA's bedroom ห้องนอน
IKEA's kitchen ห้องครัวLocation Map IKEA Bangnaรายละเอียดเพิ่มเติม / more information : www.ikea.co.th

Thursday, September 8, 2011

บ้านเล็กในเมืองใหญ่... จะแก้ปัญหาพื้นที่เล็กให้ดูดีได้อย่างไร (Decorating Small Areas)

บ้านเล็กในเมืองใหญ่... จะแก้ปัญหาพื้นที่เล็กให้ดูดีได้อย่างไร

บ้านเล็กในเมืองใหญ่ (Decorating Small Areas)

ทุกวันนี้ จะเห็นคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าโผล่กันขึ้นมาเต็มไปหมด ใครๆก็อยากอยู่ใกล้รถไฟฟ้า เพราะมีข้อดีหลายอย่าง เดินทางก็สะดวก หาของกินก็ง่าย ไปไหนมาไหนก็ใช้เวลาไม่มาก ไปทำงานก็ไม่ต้องตื่นแต่เช้า กลับบ้านมืดค่ำก็ไม่น่ากลัว ชีวิตดูมีสีสัน รื่นรมย์น่าดู แต่การอยู่คอนโด หรือบ้านในเมืองก็มีข้อจำกัด และมีสิ่งท้าทายความคิดสร้างสรรค์ในการตกแต่งอยู่มากทีเดียว..นั่นคือเรื่องขนาดของพื้นที่ที่มีจำกัด เราจะไปดูกันค่ะว่าวิธีตกแต่งแบบไหนช่วยแก้ไขพื้นที่เล็กได้บ้าง

1. Keep It Simple : เรียบง่ายเข้าไว้
กฏข้อที่หนึ่งคือใช้ความเรียบง่าย อย่าพยายามเอาสิ่งของที่มีหลากหลายสไตล์ และดีไซน์มาไว้รวมๆกัน มันจะทำให้พื้นที่ยิ่งดูเล็ก และดูรกมากกว่าจะดูดีนะคะ ดังนั้นยึดหลักความเรียบง่ายไว้ค่ะดีที่สุด ตกแต่งให้เรียบง่ายเข้าไว้

Decorating Your Small Space - teen room
2. Maximizing Storage Space : เพิ่มพื้นที่การจัดเก็บสิ่งของให้ได้มากที่สุด
พยายามเพิ่มพื้นที่จัดวาง จัดเก็บของ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งให้ได้มากที่สุด ที่ๆจะหาซื้อเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งแนวนี้ได้ดีแห่งหนึ่งก็คือ IKEA คงเพราะบ้านในยุโรปจะมีขนาดเล็ก และต้องใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุด สามารถเก็บของได้มากที่สุด ซึ่งเร็วๆนี้ IKEA ก็จะกำลังจะมาเปิดในเมืองไทย หวังว่าจะมีเฟอร์นิเจอร์แนวๆนี้มาเยอะๆ เพราะบ้านคนไทยปัจจุบันอาศัยอยู่คอนโดเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งก็มีพื้นที่ไม่มากเช่นกัน

Decorating Your Small Space Idea
3. Playing with Color : สีสว่างทำให้ห้องดูกว้างและโล่ง
สีมีความสำคัญอย่างมากในการกำหนด Look & Feel ของห้อง และมีความสำคัญมากสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก ใช้สีที่สว่าง จะทำให้พื้นที่ดูกว้าง และโล่งขึ้น ขณะที่สีมืดๆจะทำให้เหมือนอยู่ในถ้ำ ทำให้ดูเล็กและอึดอัด


4. Working within Limitations : สร้างไอเดียโดยไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัด
บ้านในเมืองส่วนใหญ่มักเป็นบ้านให้เช่า จึงมีข้อจำกัดไม่สามารถทำอะไรกับโครงสร้างได้ สิ่งที่ง่ายที่สุดก็คือเล่นกับฝาผนัง ไม่ว่าจะเป็นภาพ หรือเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งแขวนผนังต่างๆ ก็จะทำให้ห้องดูสวยงามมีดีไซน์ และได้ประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น การใช้ที่กั้นห้องก็สามารถแบ่งพื้นที่ได้โดยไม่ต้องไปต่อเติมผนังห้อง อย่ายอมแพ้กับข้อจำกัดค่ะ ทุกอย่างมีทางออกเสมอ

Decorating Your Small Space - Bedroom
5. Making Lighting Work for you : แสงสว่างคือหนทางห้องสดใส
ใช้แสงสว่างให้เป็นประโยชน์ในการตกแต่ง… อย่าปล่อยให้ห้องมืดทึบเด็ดขาด ใช้สีที่อ่อนและสว่างจะทำให้ห้องดูมีแสงสว่างมากขึ้น นอกจากนั้นการใช้กระจกเพื่อเพิ่มแสงให้กับห้องก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดอีกอย่าง ทำให้หัองดูมีพื้นที่มากขึ้นด้วย และถ้าเป็นไปได้ เปิดให้แสงเข้ามาได้จากด้านบน จะช่วยให้ห้องที่มีขนาดเล็กดูใหญ่ขึ้นได้มากทีเดียว ใช้ประโยชน์จากหน้าต่าง เลือกผ้าม่านสีอ่อนผ้าเนื้อบาง เพื่อให้ได้แสงเข้ามาในห้อง จะทำให้ห้องดูกว้างขึ้น และทำให้ไม่อึดอัดอีกด้วย

Decorating Your Small Space - Kitchen
การตกแต่งพื้นที่เล็กๆ จำเป้นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่มากกว่า บวกกับคำแนะนำที่ “ใช่” คุณ ก็จะได้การตกแต่งที่ลงตัวระหว่างรูปแบบ และการใช้สอย เราจะพยายามหาไอเดียใหม่ๆมาให้อีกในคราวต่อๆไป ติดตามกันที่นี่นะคะ


credit: http://www.iurban.in.th

Saturday, July 9, 2011

เคล็ดลับการทาสี ให้สวยทนนาน (Interior & Exterior Painting Guide)

เคล็ดลับการทาสีห้องให้สวยทนนาน (Interior & Exterior Painting Guide)

การทาสีอาคารบ้านเรือนให้สวยทนนานนั้น นอกจากการเลือกใช้สีที่มีคุณภาพได้มาตรฐานแล้ว วิธีการทำสีที่ถูกต้องและครบตามขั้นตอนการทา ก็เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น และคงความสวยให้ยืนยาว? คุ้มค่า? ไปอีกนานแสนนาน?








3 ขั้นตอนง่ายๆ เพื่อสีสวย อยู่ทนนาน

ขั้นแรก : การเตรียมพื้นผิว

ขั้นตอนนี้นับว่ามีความสำคัญมากที่สุด เพราะการเตรียมพื้นผิวอย่างถูกต้อง จะทำให้สีที่ทาลงไปมีความสวยงามกลมกลืนเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนทาสีทุกครั้งต้องทำความสะอาด คราบฝุ่น คราบไขมัน บนพื้นผิวก่อนด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำสบู่แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง หากมีราหรือตะไคร่น้ำต้องกำจัดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หากเป็นผนังปูนเก่าและสีเดิมอยู่ในสภาพหลุดล่อนชำรุด ต้องขัดล้างสีเก่าออกก่อนให้หมด เมื่อเตรียมพื้นผิวเสร็จแล้ว ต้องทิ้งให้แห้งสนิทก่อนที่จะทาสีใหม่ และหากมีรอยแตกร้าว ควรซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน

ขั้นที่สอง : การทาสีรองพื้น

สีรองพื้นคือ สีที่ใช้ทาบนพื้นผิวก่อนทาสีจริงทับหน้า เพื่อช่วยให้สีทับหน้ายึดเกาะกับพื้นผิวได้ดี และป้องกันความเสียหายจากปฏิกิริยาเคมีระหว่างสีทับหน้ากับพื้นผิว

พื้นผิวปูน :
หากเป็นปูนใหม่ รองพื้นด้วยสีรองพื้นปูนใหม่ เพื่อปรับสภาพพื้นผิวคอนกรีตใหม่ และชิ้นงานต่างๆ ที่มีค่าความเป็นด่างสูง ช่วยเพิ่มการกลบพื้นผิวดีเยี่ยม

หากเป็นปูนเก่ารองพื้นด้วยสีรองพื้นปูนเก่า เพื่อเคลือบผนังปูนที่สีเก่าเสื่อมสภาพเป็นฝุ่นผงหรือหลุด ลอกให้กลับมีสภาพดี ช่วยเสริมการยึดเกาะกับสีทับหน้าได้อย่างมีคุณภาพและคงทน

พื้นผิวไม้ :
รองพื้นด้วยสีรองพื้นไม้ เพื่อป้องกันยางไม้ หรือน้ำยารักษาเนื้อไม้ไม่ให้ซึมออกมาผสมกับสีทับหน้า ทั้งยัง ช่วยปรับสภาพพื้นผิวไม้ให้เรียบเนียน เพิ่มความสวยเงางามของสีทับหน้า

พื้นผิวเหล็ก :
สีรองพื้นช่วยป้องกันการเกิดสนิม และช่วยเสริมการยึดเกาะของสีทับหน้า

ขั้นสุดท้าย : การทาสีทับหน้า

สีทับหน้าหรือสีชั้นนอก มีเฉดสีต่างๆ ให้เลือกมากมาย ควรทาทับหน้า 2-3 ครั้ง โดยทิ้งระยะให้สีที่ทาครั้งแรกแห้งสนิทเสียก่อนจึงทาทับครั้งต่อไป


credit: http://www.homedd.com/

Wednesday, July 6, 2011

ห้องนอนที่ดีตามหลักฮวงจุ้ย (Good Feng Shui Bedroom)

Feng Shui Bedroom Tips - How To Feng Shui Your Bedroom - Feng Shui for Bedroom
A good feng shui bedroom is fun and pleasurable to be in, either you are there for a quick nap, a good night sleep or to make passionate love.
http://fengshui.about.com/od/love/qt/perfectbedroom.htm

Feng Shui Bedroom: Tip for good Feng Shui Bedroom
20 Oct 2008 – Simple Tips and Step to have a good Feng Shui for your Bedroom. You can learn, adjust your Feng Shui Bedroom by yourself by just reading ...
http://feng-shui-bedroom-tip.blogspot.com/


ห้องนอนที่ดีตามหลักฮวงจุ้ย (Good Feng Shui Bedroom)

หลักเบญจธาตุ ศาสตร์ฮวงจุ้ยให้ความสำคัญเรื่องห้องนอน โดยเฉพาะห้องนอนของหัวหน้าครอบครัว คือเจ้าของบ้าน ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่อยู่ร่วมชีวิต เรียกว่าคู่สมพงศ์กันจะสมพงศ์กันแบบไหนนั้น ห้องนอนมีส่วนบ่งชี้ถึงความเป็นไปของสภาพความเป็นอยู่

การหลับ ก็คือการเข้าภวังค์ ใครที่นอนหลับง่ายหลับสนิทนั้นนับได้ว่าเป็นคนมีบุญ เพราะการนอนหลับสนิทจะทำให้สุขภาพร่างกายสดชื่นแข็งแรง จิตใจสงบ มีความสุขสดชื่น

ส่วนใครที่นอนหลับยาก ตื่นไว จะพยายามหาวิธีแก้ไขอย่างไร อาการก็ยังไม่เปลี่ยน จนต้องพึ่งพาหาสิ่งเสพติดหรือต้องใช้ยาช่วยให้หลับ ควรจะหันมาสำรวจห้องนอนสักหน่อยว่ามีอะไรควรแก้ไขบ้าง สิ่งที่คนมักมองข้าม แต่สามารถทำให้เราได้ประโยชน์มหาศาลนั้นมีอยู่เสมอ สิ่งควรรู้ในการจัดห้องนอน

ห้องนอน เป็นห้องที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ควรเป็นห้องที่สงบ สะอาด โปร่งสบาย เหมาะกับการพักผ่อน ในการตกแต่งห้องนอน ใครชอบแบบไหน สไตล์ใด ก็มักตกแต่งตามรสนิยมและความต้องการของตนเอง

ลองมาสำรวจห้องนอนของคุณ...และสิ่งที่ควรรู้ไว้บ้าง

ห้องนอนที่ดีตามหลักฮวงจุ้ย (Good Feng Shui Bedroom)การวางเตียงแบบหัวนอนลอย
เตียงนอนที่มีหัวนอนห่างจากผนัง เว้นไว้เป็นทางเดิน เรียกว่า "หัวนอนลอย" จะส่งผลให้การงานอาชีพเลื่อนลอย เกียรติยศเสื่อมถอย เหมือนนอนอยู่บนทางเท้าหากหัวเตียงมีทางเดิน เพราะโดยปกติทางเดินควรมีเฉพาะปลายเตียงและข้างเตียงเท่านั้น ต้องรีบแก้ไข

การวางหัวเตียงอยู่ตรงกับหน้าต่าง
หัวเตียงมีหน้าต่างนั้น ไม่ดีแน่! ทำให้นอนไม่หลับจิตใจจะเลื่อนลอยออกทางหน้าต่าง ความสนใจใส่ใจจะไปอยู่กับผู้อื่นจนเกินไป ควรปิดบังด้วยผ้าม่านที่หนาทึบ และไม่ควรเปิดหน้าต่างนี้ในเวลานอน
ห้องนอนที่ดีตามหลักฮวงจุ้ย (Good Feng Shui Bedroom)เตียงถูกบล็อค
ปลายเตียงชิดผนังจนไม่มีทางเดิน นั้นเรียกว่า "เตียงถูกบล็อค" มักจะหาทางออกในการแก้ปัญหาไม่ค่อยได้ เจอทางตัน เจอจุดจนแต้มและจะพ่ายแพ้กับปัญหาต่างๆ สมองทึบ คิดอะไรไม่ปลอดโปร่ง ปิดกั้นตัวเอง มักจะกลายเป็นคนเสียเปรียบ ต้องเป็นฝ่ายยินยอมอยู่เสมอ หากเป็นเตียงคู่ ครอบครัวมักเจอปัญหากับเรื่องบริวารหรือถูกบีบคั้นจิตใจ

ผนังห้องนอน ควรหลีกเลี่ยงภาพที่ไม่น่าดู เช่น ภาพสัตว์ดุร้าย หรือ การต่อสู้ของสัตว์ ตลอดถึงเขาสัตว์ และอาวุธ หอก มีด ดาบ ปืน เพราะสิ่งของเหล่านี้ทำให้ผู้ที่นอนจิตใจไม่สงบ และนอนไม่หลับ ผนังของห้องนอนที่แตกร้าว ควรรีบแก้ไข บ่งบอกถึงความขัดแย้ง ไม่สามัคคี สุขภาพเสื่อมโทรม ประตูห้องนอนที่เปิดปิดไม่สะดวก อย่ามองข้าม เสียงปึงปังเอี๊ยดอ๊าดของประตู บ่งชี้ถึงอุปสรรคต่างๆ และการขัดแย้งจะเริ่มมีมา

ห้องนอนต้องไม่รกรุงรัง สัมภาระต่างๆ ที่นำมากองไว้เหมือนห้องนอนเป็นห้องเก็บของนั้น ไม่เป็นมงคลนัก เพราะหัวใจของศาสตร์ฮวงจุ้ย คือความสะอาดและไม่รกรุงรัง

เตียงนอนไม่ควรเล่นระดับ นอนสูงกว่าพื้นห้องจนเกินไป ดูแล้วเหมือนนอนบนเชิงตะกอน ใครกำลังคิดว่าดีเท่หรือพอใจ ก็ต้องเผื่อใจให้กับคำวิจารณ์บ้าง

หลีกเลี่ยงการนอนดูทีวีในห้องนอน วงการแพทย์ค้นพบว่า การนอนดูทีวีเป็นประจำ จะทำให้มีอาการเจ็บป่วยที่ต้นคอ โดยเฉพาะหากเผลอหลับไปบ่อยๆ เป็นการกระทำที่ให้โทษกับร่างกายมากๆ เพราะจะปวดต้นคอ สมองมึนงง คิดอะไรไม่ออก และมีโรคตามมา คือหมอนรองกระดูกทับเส้น จึงควรหลีกเลี่ยงการนอนดูทีวี เพราะเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยให้รู้ตัวก็เกือบจะสายเกินแก้ ทางที่ดีที่สุด คือ ไม่ควรมีทีวีในห้องนอน

การประดับภาพในห้องนอน ภาพดอกโบตั๋น เป็นภาพมงคลสำหรับเจ้าของห้องที่เป็นหญิง แต่ถ้าเป็นชายจะมีนิสัยอ่อนช้อยเหมือนสตรี ข้อสำคัญ คนโสดอย่านำภาพดอกโบตั๋นที่มีแต่ดอกอย่างเดียวจะทำให้มีคู่ยาก ดอกโบตั๋นที่สมบูรณ์แบบต้องมีทั้งดอกและใบพร้อมทั้งกิ่งก้าน ใครที่จะหามาติดไว้ในห้องนอน ควรพิจารณาให้ถูกโฉลกด้วย

รูปภาพคู่สมรสในห้องนอน หากเป็นภาพวันแต่งงานถ้าเกิน 2-3 ปี ไปแล้ว ควรเปลี่ยนเป็นรูปอื่นมาแทน เพราะความสวย-หล่อของเจ้าของภาพมักจะเปลี่ยนไป อาจทำให้มองแล้วหงุดหงิดหัวใจ

credit: http://www.homedd.com
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...